
อีเวนต์รัฐวูบ5พันล.ฉุดตลาดติดลบหนัก
บริษัทอีเวนต์งานรัฐอ่วม สุญญากาศการเมืองทำงบจัดงาน 5,000 ล้าน หายวับ หวั่นตลาดรวมติดลบ 30-35%
บริษัทอีเวนต์งานรัฐอ่วม สุญญากาศการเมืองทำงบจัดงาน 5,000 ล้าน หายวับ หวั่นตลาดรวมติดลบ 30-35%
นายอุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์แมน ผู้ดำเนินธุรกิจอีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์ นิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ของไทยในปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตติดลบต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ หลังจากจบปีงบประมาณของภาครัฐในเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากมูลค่าของธุรกิจอีเวนต์ส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณของภาครัฐ คิดเป็นมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลใหม่จะส่งผลให้ไม่มีการอนุมัติงบประมาณเข้ามาบริหารประเทศ และจากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจอีเวนต์ไม่มีเม็ดเงินจากการจัดงานของภาครัฐเข้ามาหมุนเวียน หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์น่าจะมีอัตราการเติบโตติดลบไม่ต่ำกว่า 30-35% เนื่อง จากสัดส่วนเม็ดเงินจากการจัดอีเวนต์ 30-35% มาจากหน่วยงานรัฐ
ขณะที่ปัจจุบันภาครัฐให้ความสนใจกับการจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบต่างๆ มาก ขึ้น หน่วยงานที่มีการจัดงานอีเวนต์อย่าง ต่อเนื่อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น ในส่วนของบริษัทเองก็มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้บริการให้จัดอีเวนต์งานพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้หลายหน่วยงาน
“หลังจบปีงบประมาณในเดือน ต.ค. ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ธุรกิจอีเวนต์คงแย่พอสมควร ในส่วนของบริษัทคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เนื่องจากสัดส่วนลูกค้าหลักประมาณ 75% มาจากหน่วยงานภาครัฐ ที่เหลืออีก 25% มาจากหน่วยงานเอกชน” นายอุปถัมป์ กล่าว
อย่างไรก็ดี จากปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าเอกชนมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลในการดำเนินธุรกิจและรายได้ เช่น การขยายธุรกิจออกมาใน ด้านของการจัดงานเอกซิบิชั่น การจัดงานพิพิธภัณฑ์ งานสื่อโฆษณา การบริหาร จัดงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าไปขยายธุรกิจผ่านพันธมิตรที่เข้าไปลงทุนทำธุรกิจในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือ ซีแอลเอ็มวี โดยล่าสุดได้ตั้งบริษัท ไร้ท์แมน (ลาว) เข้าไปดำเนินธุรกิจงานอีเวนต์ในประเทศลาว หลังจากบริษัทออกมาปรับแผนการดำเนินธุรกิจแล้วคาดว่าสิ้นปีจะ มีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2556







