
ดีแทคดันใช้4จีปีนี้1ล.ราย
เร่งโยก3จีจาก15.9ล้านเป็น22ล้านเลข ชี้การเมืองป่วนทำยอดโอนลูกค้าช้า
เร่งโยก3จีจาก15.9ล้านเป็น22ล้านเลข ชี้การเมืองป่วนทำยอดโอนลูกค้าช้า
ดีแทคเปิด 4จี แอลทีอี ใน กทม. ตั้งเป้าปีนี้ 1 ล้านราย พร้อมประมูลคลื่นใหม่ขยายทั่วประเทศ
นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคได้เปิดให้บริการ 4จี แอลทีอี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ให้บริการในกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อรองรับลูกค้าที่มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตในปริมาณและต้องการความเร็วสูง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบาการใช้งาน 3จี ไตรเน็ต โดยมีสถานีฐานเบื้องต้น 300 แห่ง ตั้งเป้าลูกค้า 1 ล้านรายภายในปีนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ใช้งานดีแทคมีเครื่องลูกข่ายทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่รองรับบริการ 4จี แอลทีอี ได้กว่า 5 แสนรายในกรุงเทพฯ และอีกกว่า 5 แสนรายในต่างจังหวัด ซึ่งดีแทคจะเน้นให้บริการในกรุงเทพฯ ก่อนเป็นหลัก เนื่องจากมีการใช้งานสูง แต่ยังไม่มีแผนที่แน่นอนในการขยายพื้นที่ให้บริการในเร็วๆ นี้
สำหรับฐานลูกค้าในปัจจุบัน สิ้นสุดไตรมาสแรก ดีแทคมีฐานลูกค้ารวม 28.2 ล้านราย เป็นลูกค้าที่อยู่บนบริการ 3จี ไตรเน็ต 15.9 ล้านราย และตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า 3จี ไตรเน็ต ให้ได้ 22 ล้านราย ภายในปีนี้ ขณะที่จำนวนลูกค้า 3จี ไตรเน็ต มี 9.6 ล้านราย ที่ใช้งานสมาร์ทโฟน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยที่ราคาเครื่องสมาร์ทโฟนลดลง ดังนั้นดีแทคจึงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้มากเป็น 13-15 ล้านเครื่อง หรือครึ่งหนึ่งของฐานลูกค้ารวม
“ลูกค้าไตรเน็ต 15.9 ล้านราย มีสมาร์ทโฟน 9.6 ล้านราย แสดงว่าไม่ใช่ทุกคนที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต บางคนอาจจะใช้สมาร์ทโฟนโทรออกหรือรับสายเท่านั้น แต่ก็เป็นโอกาสที่จะผลักดันให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดังนั้นดีแทคต้องเพิ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อมกับสร้างแรงจูงใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ต” นายปกรณ์ กล่าว
นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้ตั้งทีมงานเพื่อศึกษาและเตรียมกลยุทธ์ประมูลคลื่นความถี่ใหม่ แม้ราคาตั้งต้นจะสูงแต่ก็เป็นประโยชน์กับประเทศไทย หากใช้เงินในการประมูลไม่มาก ก็นำเงินไปใช้ในการพัฒนาบริการได้เร็วขึ้น ซึ่งดีแทคสนใจทั้งคลื่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์
ขณะที่สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ดีแทคยังไม่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน แต่หากยืดเยื้อต่อไปอาจส่งผลในเชิงการตลาด ทั้งการเพิ่มจำนวนลูกค้า การขายเครื่องและผลประกอบการ ซึ่งอาจทำให้การขยายตัวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่ดีแทคยังคงเน้นบทบาทที่ชัดเจนในการลงทุน และจัดสรรบริการให้กับผู้ใช้บริการในไทยต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถหาทางออกร่วมกันอย่างสันติได้โดยเร็ว
สำหรับปัจจุบัน ดีแทคไตรเน็ตมีสถานีฐาน 1.08 หมื่นแห่ง ครอบคลุม 85% ของประชากร เมื่อรวมกับสถานีฐาน 2 จี จะมีสถานีฐาน 2.5 หมื่นแห่ง โดยการขยายจะเน้นที่คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีแผนขยายต่อสู่พื้นที่ห่างไกล เพิ่มความเร็ว ขณะเดียวกันเร่งเพิ่มคุณภาพสัญญาณรองรับพื้นที่การใช้งานหนาแน่นโดยติดตั้งแมคโครไซต์และไมโครไซต์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ในภาพรวมแนวทางการตลาดให้ความสำคัญกับ 4 ส่วนหลักคือ เพิ่มการเข้าถึงหน้าร้านค้าปลีก พัฒนาคอลเซ็นเตอร์ เพิ่มบริการบนช่องทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่นเป้าหมายให้ลูกค้า 50% ใช้บริการออนไลน์ รวมทั้งนำสมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำและราคาถูกต่ำกว่า 2,000 บาทเข้ามาบริการลูกค้า







