
ตลท.เตือน‘โนเบิล’
ยึดหลักธรรมาภิบาลเพิ่มทุนให้บุคคล รายย่อยผิดหวังหน่วยงานกำกับ
ยึดหลักธรรมาภิบาลเพิ่มทุนให้บุคคล รายย่อยผิดหวังหน่วยงานกำกับ
ตลาดเตือนโนเบิล ยึดธรรมาภิบาล ให้สิทธิผู้ถือหุ้นเท่าเทียมกัน รายย่อยผิดหวัง ตลท.
รายงานข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีผู้ถือหุ้นอยู่จำนวนมาก การจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเรื่องสำคัญ เช่น การเพิ่มทุน ซึ่งมีผลกระทบต่อโครงสร้างทุนและกระทบสิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้น ต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าคณะกรรมการบริษัทได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ มีเวลาให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนตัดสินใจ
นอกจากนี้ โนเบิลควรดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงคณะกรรมการและผู้บริหารต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
“ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร บจ.ไม่ควรเสนอหรือสนับสนุนการเสนอให้เพิ่มวาระที่เป็นเรื่องสำคัญ โดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นรู้ล่วงหน้า โดยไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ขอให้โนเบิลรวมทั้งคณะกรรมการและผู้บริหารดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีการบริหารงานเติบโตยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น”
ทั้งนี้ โนเบิลได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ในที่ประชุมมีผู้ถือหุ้นนับหุ้นรวมกัน 211.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 46.28% เสนอให้เพิ่มวาระการเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด (พีพี) 200 ล้านหุ้น หรือ 43.81% ของทุนชำระเดิมก่อนเพิ่มทุน ซึ่งวาระดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทชี้แจง ตลท.ว่า ก่อนประชุมมีผู้ถือหุ้นแจ้งประธานกรรมการว่าบริษัทควรปรับโครงสร้างทางการเงินและการเพิ่มทุน ส่วนกรรมการคนอื่นไม่รู้เรื่องการขอเพิ่มวาระการเพิ่มทุนขายพีพี ซึ่งเป็นการระดมทุนที่สะดวก ใช้เวลาสั้น ไม่ยุ่งยาก โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าการเสนอให้เพิ่มวาระการเพิ่มทุนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและเหมาะสมดีแล้ว
ผู้ถือหุ้นรายย่อย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ฟ้องศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อให้โนเบิลเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ดังกล่าว
ผู้ถือหุ้น กล่าวว่า คำตักเตือนที่ ตลท.ออกมาเป็นแค่การทักท้วง ไม่เป็นอย่างที่นักลงทุนหวังจะเห็นว่าการทำไม่ถูกต้อง จะไม่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาได้ง่ายๆ เช่น ตลท.ควรต้องประกาศกับผู้ลงทุนว่าการเพิ่มทุนไม่ชอบและให้ใช้ความระมัดระวังในการนำหุ้นเพิ่มทุนพีพีมาจดทะเบียนมีความเสี่ยง
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ได้รับคำร้องเรียนจากผู้ถือหุ้นหลายราย กลับปล่อยให้บริษัทชี้แจงการเพิ่มทุนโดยชอบ
“ปี 2547 ก.ล.ต.เคยดำเนินการแบบนี้กับ บจ.แห่งหนึ่งที่ใช้วิธีการเดียวกับโนเบิล ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายตรงๆ แต่ พ.ร.บ. ปี 2551 มีมาตรา 89/7 ซึ่งใช้กับกรณีโนเบิลโดยตรง แต่ ก.ล.ต.กลับไม่ใช้ ซึ่งรายย่อยต้องการให้ ก.ล.ต.และ ตลท.ทำตามหน้าที่ให้ถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ทำมาแล้ว แต่ผิดหวังที่หน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง ทำหน้าที่ไม่เป็นอย่างที่นักลงทุนหวังที่จะเห็น” รายย่อย กล่าว
ด้านราคาหุ้นโนเบิล วันที่ 9 พ.ค.ปรับตัวลดลง 0.10 จุด หรือ 0.93% มาปิดที่ 10.70 บาท น้อยกว่าการลดลงของดัชนีหุ้นไทยที่ลดลง 1.65 จุด หรือ 0.12% มาปิดที่ 1,377.37 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 26,099.95 ล้านบาท
ด้าน ก.ล.ต.แจ้งว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ทั้งด้านหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน (LBDU) โดยได้กำหนดขนาดของเงินกองทุนที่ต้องดำรงเพื่อให้สะท้อนความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น และการกำหนดประเภททรัพย์สินที่ใช้ในการดำรงเงินกองทุนให้มีความยืดหยุ่นต่อผู้ประกอบธุรกิจมากขึ้น รวมทั้งแนวปฏิบัติในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถดำรงเงินกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด







