posttoday
ผ่าแผนพัฒนาสิงคโปร์เกาะที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ผ่าแผนพัฒนาสิงคโปร์เกาะที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

09 พฤษภาคม 2557

ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี หรือเดินทางไปเยือนสิงคโปร์สักกี่ครั้ง สิ่งที่เห็นอยู่ตลอดเวลา

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี หรือเดินทางไปเยือนสิงคโปร์สักกี่ครั้ง สิ่งที่เห็นอยู่ตลอดเวลา คือ การก่อสร้างที่ไม่เคยหยุดหย่อนของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ที่มีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ต จนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะก่อสร้างอะไรนักหนา มองไปทางไหนก็มีแต่การก่อสร้างตึก ทำถนน และโครงการต่างๆ

ข้อมูลจาก Urban Redevelopment Authority (ura.gov.sg) ระบุว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการวางแผนด้านการก่อสร้างและการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกๆ มิติ ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ คน สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติของผู้คนมาก

การพัฒนาการใช้ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดและการพัฒนาต่างๆ ถูกจัดทำเป็นแผน 3 ระดับ เริ่มจากแผนระยะยาว (Concept Plan) เป็นแผนการใช้ที่ดินและการพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลา 4050 ปี ซึ่งจะมีการทบทวนทุก 10 ปี แผนดังกล่าวจะสร้างความมั่นใจได้ว่าที่ดินที่มีอยู่จำกัด จะพัฒนาไปพร้อมกับจำนวนประชากรและเศรษฐกิจที่เติบโต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

ตามด้วย แผนระยะกลาง (Master Plan) เป็นแผนการทำงานระยะ 1015 ปี ซึ่งจะเป็นการนำแผนระยะยาวมาลงรายละเอียดในการดำเนินการแต่ละปี แผนฉบับนี้จะถูกทบทวนทุก 5 ปี เพื่อให้ทันสมัยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ขั้นตอนสุดท้ายคือ แผนปฏิบัติการ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเริ่มลงมือทำงานตามโครงการที่กำหนด โดยจะตรวจสอบและประเมินอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่

โดยแผนฉบับล่าสุดที่จะใช้จากนี้และต่อไปในอนาคต คือ Master Plan 2013 ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงการพัฒนาระบบขนส่งและการพัฒนาที่ดินทางเศรษฐกิจ เริ่มต้นจากแผนด้านระบบขนส่งปี 2556 (LAND TRANSPORT MASTER PLAN 2013) การพัฒนาระบบขนส่งภายในสิงคโปร์ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแผนฉบับนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “ประชาชนเป็นศูนย์การของระบบขนส่ง” โดยเน้นการขยายประสบการณ์การเดินทางและจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ทำให้แผนนี้จะเพิ่มการเชื่อมโยง พัฒนาการบริการและใกล้ชิดกับแหล่งชุมชน โดยตั้งใจให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2573

ด้านการพัฒนาระบบรถไฟมีแผนขยายและพัฒนาโครงข่ายรถไฟเพื่อรองรับประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยขยายตัวออกไปทั่วเกาะ โครงข่ายรถไฟจึงต้องขยายจากปัจจุบัน 178 กิโลเมตร เป็น 280 กิโลเมตร ในปี 2563 ในจำนวนนี้จะมีรถไฟจำนวน 5 สาย ที่ได้รับการพัฒนา ทั้งการสร้างสายใหม่และส่วนต่อขยาย และในปี 2573 สิงคโปร์จะมีโครงข่ายรถไฟเพิ่มเป็น 360 กิโลเมตร เข้าถึงเกือบทุกพื้นที่

อีกทั้งเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพของรถไฟให้รองรับจำนวนผู้ใช้ได้มากขึ้น โดยการเพิ่มขบวนรถไฟในระหว่างปี 25572559 เพื่อเพิ่มความถี่ของขบวนรถ ลดความแออัด และลดระยะเวลาการคอยรถไฟ พอในปี 2561 ขบวนรถไฟจะมีความถี่มากขึ้นเป็น 6 ขบวนต่อ 10 นาที จากปัจจุบันที่ 5 ขบวน

ทางการยังมีแผนพัฒนารถประจำทาง แม้จะไม่ใช่ระบบการเดินทางหลักของประเทศเหมือนรถไฟ แต่ก็มีความจำเป็นจะต้องพัฒนา เช่น การเพิ่มจำนวนรถ การจัดการเส้นทางรถโดยสาร การขยายพื้นที่จุดรอรถ นอกจากนี้จะเพิ่มจุดศูนย์กลางเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งในระบบต่างๆ ตามพื้นที่ที่สำคัญให้มากขึ้น

สำหรับการพัฒนาที่ดินจากการพัฒนาประเทศจนกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ รวมถึงธุรกิจในหลากหลายพื้นที่ สิงคโปร์มีแผนพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ นอกใจกลางเมือง เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจ ทั้งค้าปลีกและเอนเตอร์เทนเมนต์ อีกทั้งช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการจ้างงานให้กับคนที่อยู่นอกเมือง โดยย่านมาริน่าเบย์จะยังคงเป็นศูนย์กลางของสิงคโปร์ในด้านเศรษฐกิจและการเงินอยู่

สิงคโปร์ยังวางกลยุทธ์ 3 เรื่องเพื่อพัฒนาเมือง ได้แก่ 1.การพัฒนาเขตเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เขตศูนย์กลางทางการเงินจะถูกขยายพื้นที่ ซึ่งการพัฒนาจะอยู่ในแถบมาริน่าเบย์ ที่จะมีพื้นที่เพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ล้านตารางเมตร สำหรับสำนักงานระดับหรู 2.พัฒนาศูนย์กลางด้านการค้านอกเขตเมือง เพื่อเป็นการจ้างงานให้กับคนในพื้นที่ 3.การพื้นที่สำหรับภาคอุตสาหกรรมแบบคลัสเตอร์ ซึ่งจะอยู่นอกเขตเมืองเช่นเดียวกัน โดยแต่ละพื้นที่อุตสาหกรรมจะมีความแตกต่างและโดดเด่นตามแต่ละประเภทอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานอวกาศและเครื่องบิน

สิ่งเหล่านี้คงตอบคำถามแล้วว่าทำไมสิงคโปร์ถึงก่อสร้างไม่เคยหยุด แม้บ้านเมืองจะเจริญมากแล้วก็ตาม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ