posttoday
ห้องเรียนสัญจรสัมผัสวิถีชีวิตชาว "แขมร์"

ห้องเรียนสัญจรสัมผัสวิถีชีวิตชาว "แขมร์"

09 พฤษภาคม 2557

แม้กระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้คนไทยบางคนตื่นตัวเรียนภาษาเพื่อนบ้านมากขึ้น

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

แม้กระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้คนไทยบางคนตื่นตัวเรียนภาษาเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่น้อยคนนักที่จะเลือกเรียนรู้ภาษาแขมร์ เพื่อทำความเข้าใจคนกัมพูชาแบบรู้ลึก รู้จริง ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านรั้วติดกัน

โสมเพ็ญ ขุทรานนท์ หรือครูป้อม จึงจัดทริปพาลูกศิษย์ที่ลงเรียนวิชาภาษา “แขมร์” ภาคประชาชน มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จำนวน 18 ชีวิต ลงพื้นที่ประเทศกัมพูชา เพื่อให้ได้ทดลองใช้ภาษาที่ร่ำเรียนมาในสนามจริง

ครูป้อม บอกว่า ภาษาแขมร์ถูกคนไทยมองข้าม เพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็น ทั้งๆ ที่นักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยก็เข้าไปลงทุนในกัมพูชา อีกทั้งยังมีแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้สามารถพูดและฟังภาษาไทยได้เข้าใจ ขณะที่คนไทยเองกลับละเลยที่จะเรียนรู้ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า

“หากเราเรียนรู้และเข้าใจภาษาแขมร์ได้อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถถอดรหัสวิธีคิดและวิถีชีวิตของคนกัมพูชาได้ลึกซึ้งขึ้น ซึ่งนั่นจะเป็นส่วนช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกัมพูชา”

สำหรับลูกศิษย์ที่ร่วมเดินทางทริปนี้มีทั้งเจ้าของโรงงานและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ ครูที่สอนในโรงเรียนและครูที่สอนหนังสือให้เด็กข้างถนน และกลุ่มเอ็นจีโอ ที่มีพื้นฐานและมุมมองต่างกัน การมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวกัมพูชาจริงๆ จึงน่าจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับคนกลุ่มนี้ได้ ส่วนแต่ละคนจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดในงานอย่างไรนั้นก็ถือเป็นผลพลอยได้

การเดินทางทริปนี้ค่อนข้างทรหด เพราะใช้เส้นทางด่านพรมแดนคลองลึก จ.สระแก้ว เข้าสู่ด่านปอยเปต กัมพูชา เบ็ดเสร็จใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงกว่าจะผ่านทั้งสองด่านมาได้ ซึ่งถือว่านานเป็นปกติสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเส้นทางนี้ จากนั้นตะลอนทัวร์ไปเกาะกงเพื่อข้ามฝั่งกลับไทยผ่านด่านหาดเล็ก จ.ตราด

เมื่อผ่านด่านมาได้ก็เริ่มต้นออกเดินทางสู่พนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ผ่านเส้นทางหมายเลข 5 (ปอยเปตกรุงพนมเปญ) โดยเลี้ยวตรงแยกจังหวัดศรีโสภณ เพื่อวิ่งตรงสู่พนมเปญ ไม่ต้องผ่านเสียมราฐ ทำให้ระยะทางลดเหลือ 350 กิโลเมตร จาก 407 กิโลเมตร

โชคดีที่ผู้ร่วมทริปกลุ่มนี้แม้ว่าส่วนใหญ่วัยจะเลยหลักสี่ไปแล้ว แต่ใจสู้มาก ตลอดทางเสียงไม่มีตก โดยมีครูบิสจากโรงเรียนซับม่วงวิทยา จ.สระแก้ว ที่เด็กสุดในคณะ คอยหาเรื่องชวนคุยแบบนันสต็อป แรกๆ ก็เป็นเรื่องสัพเพเหระ จากนั้นรถมินิบัสคันกะทัดรัดจึงกลายสภาพเป็น “ห้องเรียนสัญจร” ไปโดยปริยาย เพราะทุกคนพยายามชวนเด็กรถชาวกัมพูชาที่ชื่อ “รัตนา” คุย เพื่อฝึกภาษา คำศัพท์และสำเนียงแขมร์

ก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านเปรกไจร เขตกันดาล และเขตไปรเวง ซึ่งเป็นหมู่บ้านทำนาและทอผ้าที่อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญราว 35 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 1 แม้ระยะทางจะดูไม่เยอะ แต่ด้วยสภาพถนนที่ยังเป็นดินลูกรัง มีหลุมบ่อ จึงใช้เวลาพอสมควร ที่นี่ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสถึงวิถีความเป็นอยู่แบบชาวบ้านอย่างแท้จริง ซึ่งอยู่กันอย่างสงบและมีน้ำใจกับแขกแปลกหน้าที่เพิ่งมาเยือน ส่วนเด็กๆ ที่นี่แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์ แต่ก็ยังไปเรียนหนังสือกัน

สุดท้ายก่อนปิดทริปมีตัวแทนคณะอย่างคุณเอ อนันท์ เจ้าของร้านขายโทรศัพท์ ที่ทำหน้าที่เช็กจำนวนสมาชิก เปิดใจว่า จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนภาษาแขมร์เลย อยากเรียนภาษาเวียดนามมากกว่า แต่คอร์สเต็ม แต่พอเรียนไปก็สนุก เช่นเดียวกับเฮียตง สุเมธ เถ้าแก่ธุรกิจโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ที่สมัครมาเรียนเพราะอยากสื่อสารกับคนงานกัมพูชาให้เข้าใจและสร้างความเป็นกันเองระหว่างเจ้านายลูกน้อง

พี่อุ้ย ขวัญตา ผู้จัดการโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ อยากเรียนภาษาแขมร์เพื่อใช้สื่อสารกับลูกน้องที่เป็นชาวกัมพูชาได้ คล้ายกับ สมยศ เจ้าของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ที่อยากเรียนเพื่อที่จะได้ใช้ติดต่อธุรกิจกับคู่ค้า หาช่องทางฟื้นตลาดในกัมพูชาอีกรอบ หลังทิ้งตลาดนี้ไปในช่วงที่มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกัน

ขณะที่ลุง (กำนัน) ปรีชา เจ้าของร้านโชห่วยย่านฝั่งธน ตั้งใจมาเรียนเพื่อใช้ค้าขายกับแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในย่านนั้น ส่วน พี่ตุ๊ก สุดารัตน์ เอ็นจีโอที่ทำงานด้านเด็กและแรงงานก็เลือกมาเรียนรู้เพื่อเวลาต้องทำงานกับชาวกัมพูชาจะได้เข้าใจ เช่นเดียวกับ ไพโรจน์ คุณครูข้างถนน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาในการทำงาน

นี่สะท้อนว่า ห้องเรียนสัญจรแบบนี้ทำให้เข้าใจวิถีชีวิตของเพื่อนบ้านในแบบที่เป็นจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียนในห้องเรียนเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท