
ดาหน้ากู้รับเปิดเทอม
ผู้ปกครองหันพึ่งนอกระบบแซงโรงจำนำโอดรายจ่ายพุ่งวอนรัฐช่วยเงินการศึกษา
ผู้ปกครองหันพึ่งนอกระบบแซงโรงจำนำโอดรายจ่ายพุ่งวอนรัฐช่วยเงินการศึกษา
เปิดเทอมใหม่ผู้ปกครองว้าวุ่น หันพึ่งเงินกู้นอกระบบแซงหน้าเข้าโรงรับจำนำ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม 1,254 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมอยู่ที่ 5.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% เทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีอยู่ที่ 4.71 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.21% เทียบกับปีก่อน
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ปกครอง 51% ระบุว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดเทอมครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายมากถึงมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากราคาสินค้าแพง และผู้ปกครอง 59.2% ระบุ มีเงินไม่เพียงพอกับรายจ่ายค่าเทอม โดยในกลุ่มที่บอกว่าเงินไม่พอจ่ายค่าเทอมในสัดส่วน 29% บอกว่า จะใช้แหล่งเงินจากการไปกู้เงินนอกระบบ รองลงมา 23.5% ใช้วิธีการนำทรัพย์สินไปจำนำ และยืมญาติพี่น้อง 18.3%
“เมื่อพิจารณาถึงแหล่งเงินนำมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมในปีนี้ ถือว่าต่างจาก 2 ปีก่อน โดยผู้ปกครองหันมากู้เงินนอกระบบมากขึ้นแทนที่จะใช้วิธีจำนำทรัพย์สินเหมือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ไม่ดี และการกู้ยืมนอกระบบทำได้ง่ายกว่า” นายธนวรรธน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ปกครองต้องการให้รัฐบาลช่วย คือ 1.จัดหาเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องในช่วงเศรษฐกิจขาลงและผู้ปกครองมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 2.สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษา 3.ช่วยเหลืออุปกรณ์การเรียน 4.หาครูที่มีประสิทธิภาพ มีความรู้ด้านภาษา 5.มียานพาหนะรับส่งเด็กนักเรียน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายเหมาะสม
นายธนวรรธน์ ระบุว่า สำหรับการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายวันวิสาขบูชาปีนี้ พบว่า 43.3% จะมีความคึกคักน้อยกว่าปีแล้ว เนื่องจากสินค้าราคาแพงขึ้นและเศรษฐกิจแย่ลง โดยเฉลี่ยจะมีเงินสะพัด 4,990 ล้านบาท ขยายตัว 3.5% โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นการทำบุญ







