
ไทยเบฟจัดทัพสินค้าลุยนอก
ตั้งเป้า2ปีวางพอร์ตโฟลิโอพื้นที่ขายชูหมัดเด็ด‘เทเลอร์เมดสตราธิจี้’
ตั้งเป้า2ปีวางพอร์ตโฟลิโอพื้นที่ขายชูหมัดเด็ด‘เทเลอร์เมดสตราธิจี้’
ไทยเบฟฯ เร่งจัดพอร์ตโฟลิโอ ควบคู่บริหารพื้นที่ขาย พร้อมรุกนอกเต็มสูบปี 2559
นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า บริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญกับ 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือ การจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าในเครือ และการบริหารเขตการขาย (Area Management) ให้เสร็จเรียบร้อยภายในปี 2558 เพื่อจัดทัพบุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบในปี 2559
สำหรับการจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าในเครือนั้น จะวางตำแหน่งของสินค้าที่มีอยู่ทั้งหมดให้ชัดเจน เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดและบริหารพื้นที่ขายว่าสินค้าแต่ละแบรนด์จะเหมาะสำหรับช่องทางจำหน่ายใด ประเทศไหน เนื่องจากหลังการควบรวมกิจการโออิชิ เสริมสุข และเอฟแอนด์เอ็น ทำให้มีบางสินค้าที่ซ้ำซ้อนกัน เช่น น้ำดื่มช้างและคริสตัล เป็นต้น จึงต้องวางตำแหน่งของสินค้าและช่องทางจำหน่ายไม่ให้ทับซ้อนและแข่งขันกันเอง
“กลยุทธ์การทำตลาดของไทยเบฟฯ จากนี้ จะเป็นเทเลอร์เมด สตราธิจิก มาร์เก็ตติ้ง นั่นคือการออกแบบการทำตลาดให้สินค้าแต่ละชนิด ทั้งการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ” นายวิเชฐ กล่าว
นอกจากนี้ การควบรวมกิจการทั้งสามบริษัทดังกล่าว ยังส่งผลให้บริษัทมีเครื่องดื่มครบวงจรมากที่สุด หรือ โททัล เบเวอร์เรจ ดังนั้นจึงเปลี่ยนสโลแกนองค์กรของไทยเบฟฯ ในปีนี้เป็น บี วิธ ยู (Be With You) เพื่อบอกลูกค้าว่าสินค้าของบริษัทอยู่กับลูกค้าในทุกที่ทุกช่วงเวลา จากเดิมที่ใช้สโลแกน เดอะ เซอร์เคิล ออฟ แฮปปี้เนส
ปัจจุบัน สินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยเบฟฯ รวมทั้งสุราและเบียร์ เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 70-80% ในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมืองไทย และจากเดิมเป็นการทำตลาดในประเทศ 100% แต่ปัจจุบันเริ่มทำตลาดต่างประเทศจนมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศแล้ว 45% ขณะที่ในตลาดอาเซียน เครื่องดื่มของไทยเบฟฯ มีส่วนแบ่ง 15% และมองว่ายังมีโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนได้อีกมาก โดยเฉพาะสินค้าของเอฟแอนด์เอ็นที่มีฐานที่แข็งแกร่งในประเทศสิงคโปร์
ขณะเดียวกัน ยังถือได้ว่าขณะนี้บริษัท ไทยเบฟฯ เป็นผู้เล่นในระดับภูมิภาคแล้ว และเมื่อซื้อธุรกิจของเอฟแอนด์เอ็นโดยถือหุ้นรวมกว่า 90% ทำให้บริษัทสามารถเรียนลัดในการรุกตลาดระดับภูมิภาคได้เร็วขึ้น จากเดิมที่คาดว่าการสร้างฐานตลาด สร้างแบรนด์ และชิงส่วนแบ่งในระดับภูมิภาคต้องใช้เวลา 10-15 ปี
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศพบว่า ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2556 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีนี้ ตลาดโดยรวมเติบโตติดลบมากกว่า 10% ขณะที่ไทยเบฟฯ ติดลบน้อยกว่า เนื่องจากการกระจายความเสี่ยงตามนโยบายของนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จากปัจจุบัน 10% จะเพิ่มเป็นกว่า 30% ภายในปี 2560
“ปกติช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องไตรมาสแรกของปีถัดไป จะเป็นซีซั่นขายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม แต่จากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นยืดเยื้อ ส่งผลให้ภาพรวมตลาดเติบโตติดลบ หากสามารถจบลงในไตรมาส 2 ปีนี้ เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวและภาพรวมบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ 5% แต่หากไม่จบปีนี้สามารถเติบโตได้ 12% ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว” นายวิเชฐ กล่าว
ด้านผลประกอบการของไทยเบฟฯ ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายกว่า 1.55 แสนล้านบาท มีผลกำไรรวม 2.1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2555 ที่มีรายได้ 1.61 แสนล้านบาท และผลกำไรลดลงจาก 2.38 หมื่นล้านบาทเนื่องจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจเบียร์ ที่ได้รับผล กระทบจากการขึ้นอัตราภาษี และเศรษฐกิจการเมืองภาพรวมในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายลดลงจากปีที่ผ่านมา 3.3% เนื่องจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจเบียร์ ที่ได้รับผล กระทบจากการขึ้นอัตราภาษี และเศรษฐกิจการเมืองภาพรวมในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย







