
The Hacker Way, The way of Facebookกับการจัดการการเงิน
ผมได้พูดถึง “วิถีแห่งแฮ็กเกอร์ The Hacker Way” ในมุมมองของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ไปแล้ว วันนี้เราลองมาช่วยกันพิจารณานะครับ ว่าสิ่งที่ทำให้ Facebook ประสบความสำเร็จจะช่วยให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จได้หรือไม่
ผมได้พูดถึง “วิถีแห่งแฮ็กเกอร์ The Hacker Way” ในมุมมองของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ไปแล้ว วันนี้เราลองมาช่วยกันพิจารณานะครับ ว่าสิ่งที่ทำให้ Facebook ประสบความสำเร็จจะช่วยให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จได้หรือไม่
“วิถีแห่งแฮ็กเกอร์ The Hacker Way”
ใช้การได้ย่อมดีกว่าสมบูรณ์แบบ (Done Better than Perfect) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จะเน้นการสร้างบริการชั้นยอดในระยะยาวด้วยการออกบริการให้เร็วแล้วค่อยเรียนรู้ ปรับปรุงตลอดเวลา มากกว่าที่จะรอให้พร้อมแล้วค่อยออกทีเดียว ถ้าจะยกตัวอย่างเทียบกับชีวิตเรา ก็คงทำนองเดียวกับการลงทุนที่ไม่ต้องรอให้เป็นกูรู หรือเซียนหุ้นก่อนถึงค่อยลงทุน เพราะหากรอถึงตอนนั้น เราอาจช้าเกินไปที่จะลงทุน หรือช้าเกินไปที่จะทำเงินออมของเราให้โตเท่าที่เราคาดหวัง สิ่งที่ดีกว่าคือ ระหว่างที่เราศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุน เราอาจให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างกองทุนรวมบริหารเงินออมให้เราก่อนจะดีกว่ามั้ย แม้จะเสียค่าธรรมเนียมบ้าง (ค่าธรรมเนียมกองทุนรวมของไทยถูกมากเมื่อเทียบกับต่างชาติ ขอบอก) แต่ก็คุ้มกว่าที่จะทิ้งให้เงินเรานอนเล่นเฉยๆ
“โค้ดชนะคำถกเถียง Code wins arguments” คือกฎข้อ 2 “ต้องลงมือและเป็นเชิงรุก” สรุปง่ายๆ คือ “ทำดีกว่าพูด” อย่ามัวแต่พูดว่า “อยากจะ” แต่ไม่ทำสักที หลายคนชอบลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่เฉพาะเรื่องการลงทุน แต่ลังเลทุกเรื่อง บางคนอ่านหนังสือหลายๆ เล่ม จนหาแนวทางของตนเองไม่เจอ ความสำเร็จเกิดจากการลงมือทำ “Just do it.” ครับ ไม่ใช่นั่งฝัน อาจผิดพลาดบ้าง แต่ความผิดพลาดไม่ใช่ไร้ประโยชน์ เผลอๆ อาจมีประโยชน์มากกว่าความสำเร็จอีก อย่างน้อยมันก็สอนให้รู้ว่า “ทำอย่างไรจะผิดพลาด” ต่อไปเราจะได้ไม่ทำ และจะช่วยให้เราค้นพบแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง
แล้วค่านิยมองค์กร (Core Value) ที่ Facebook สอนอะไรเราบ้าง เรามาดูกันครับ
1.มุ่งผลสะเทือน (Focus on Impact) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เชื่อว่า หากต้องการสร้างผลสะเทือนที่ยิ่งใหญ่ ทางที่ดีที่สุด คือ ต้องมุ่งมั่นอย่างหนักหน่วงจริงจังกับการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดเสมอ ชีวิตเราก็เช่นกัน มีเป้าหมายต้องบรรลุมากมาย ไม่ว่า การศึกษาของลูก ชีวิตที่มั่นคงวัยเกษียณ บ้านที่อบอุ่นของครอบครัว ฯลฯ แต่ที่หลายคนมีชีวิตการเงินที่ไม่มั่นคง ก็เพราะเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายที่สำคัญ ไปสนใจสิ่งล่อใจรอบตัว เช่น มือถือ โฮมเธียเตอร์ รถคันใหม่ ฯลฯ อย่าลืมนะครับ เงินและเวลาเรามีจำกัด เมื่อใช้ไปในสิ่งไม่จำเป็น เราก็จะไม่มีเงินและเวลาเหลือสำหรับสิ่งจำเป็น
2.เคลื่อนเร็ว (Move Fast) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เชื่อว่า ความเร็วช่วยให้สามารถสร้างหลายสิ่งได้มากกว่า เรียนรู้ได้เร็วกว่า ถึงขนาดพูดว่า “ถ้าคุณไม่เคยทำอะไรแตกเลย นั่นอาจแสดงว่าคุณยังพุ่งไปไม่เร็วพอ” เพื่อนๆ คงคุ้นกับคำว่า “ออมก่อน รวยกว่า” นะครับ ยิ่งเราออมเร็วเท่าไหร่ ชีวิตยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างง่ายๆ หากเราออมเดือนละ 1,000 บาท ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ตั้งแต่อายุ 30 ตอนอายุ 60 ออม 30 ปี เราจะมีเงิน 8.4 แสนบาท แต่ถ้าเราเริ่มตอนอายุ 40 ตอนอายุ 60 ออม 20 ปี เราจะมีเงินเพียง 4.1 แสนบาท เห็นป่าวครับ ระยะเวลาออมน้อยลง 10 ปี หรือแค่ 1 ใน 3 (ออมน้อยลง 10 ปี จากระยะเวลาการออม 30 ปี) ความมั่งคั่งเราหายไปมากกว่า 50%
3.จงกล้า (Be Bold) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เชื่อว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใบนี้ Facebook จะล้มเหลวแน่นอน ถ้าไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย เรื่องการเงินก็ไม่ต่างกัน สิ่งที่เสี่ยงที่สุด คือ การไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย (The riskiest thing is to take no risks.) เราทุกคนหนีความเสี่ยงเงินเฟ้อไม่พ้น อยู่เฉยๆ ก็โดนเงินเฟ้อเล่นงานอยู่ทุกวัน ไม่ว่าค่าไฟ ค่าข้าว ค่าน้ำมัน แพงขึ้นทุกวัน ถ้าเราไม่เสี่ยงบ้าง เงินเราก็คงโตไม่ทันค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมคำเตือน ก.ล.ต.นะ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”
4.จงเปิดกว้าง (Be Open) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เชื่อว่า ยิ่งพนักงานได้รับข้อมูลข่าวสารมากเท่าไหร่ การตัดสินใจย่อมดีขึ้นกว่าเดิมและสร้างผลสะเทือนได้ยิ่งกว่าเดิม อยากประสบความสำเร็จ ต้องขยันหาความรู้ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ เปิดกว้างทางความคิดและการเรียนรู้ อย่าปิดกั้นตนเอง อย่าหลงว่าตนเองเก่ง “ยิ่ง ego มากเท่าไหร่ อีโง่ก็มากขึ้นเท่านั้น”
5.สร้างคุณค่าเชิงสังคม (Build Social Value) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่ว่า “พวกเราไม่ได้สร้างบริการทั้งหลายทั้งปวงขึ้นมาเพื่อหาเงิน แต่เราหาเงินมาเพื่อสร้างบริการให้ดียิ่งขึ้น” หากเรามีฐานะการเงินที่มั่นคง อย่าลืมเผื่อแผ่กลับคืนสังคม และระหว่างที่สร้างความมั่งคั่ง ก็ขอให้สร้างความมั่งคั่งด้วยหนทางที่ถูกต้องทั้งกฎหมายและศีลธรรมครับ
ขณะนี้ผมได้เปิด Fanpage ใน Facebook ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP ซึ่งได้รวบรวมบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ท่านใดสนใจขอเชิญไปกด Like เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ







