
นายกสมาคมบล.แนะนักลงทุนสั้นอยู่นอกตลาด
ดัชนีดีดกลับหลังฟันยิ่งลักษณ์ และ ครม.บางส่วน ดีกว่าคาด นายกโบรกฯ แนะนักลงทุนสั้นเลี่ยงลงทุน
ดัชนีดีดกลับหลังฟันยิ่งลักษณ์ และ ครม.บางส่วน ดีกว่าคาด นายกโบรกฯ แนะนักลงทุนสั้นเลี่ยงลงทุน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และตำแหน่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) บางส่วนสิ้นสุดลงนั้น ได้สร้างความกังวลกับนักลงทุนในประเด็นถัดมาความจากไม่แน่นอน ที่จะกดดันให้ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงที่จะปรับลงในระยะสั้นประมาณ 12 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ไปที่ระดับ 1,350 จุด
ทั้งนี้ มีการแต่งตั้งนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่ยังมีความขัดแย้งกับการชุมนุมของ กปปส. ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นชะลอการลงทุนออกไปก่อน
สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว สามารถทยอยซื้อสะสมที่ดัชนีต่ำกว่า 1,400 จุดได้
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.ภัทร กล่าวว่า ภายใต้ความเสี่ยงการเมืองในประเทศ ทำให้ไม่สามารถคาดเดาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแนะนำนักลงทุนว่าให้ใช้เครื่องมือทางการเงินประเภทใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) เพราะมีทั้งสิทธิในการซื้อ (Call) และสิทธิในการขาย (Put) เมื่อเห็นหุ้นลงแต่ไม่อยากขายหุ้นที่ถืออยู่ ก็แนะนำให้ซื้อ Put DW เพื่อบริหารพอร์ต
ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ได้เปิดตัว SET Index DW เป็นรายแรกในประเทศไทย จำนวน 6 รุ่น แบ่งเป็น Call 3 รุ่น และ Put 3 รุ่น อายุ 1 ปี แต่ละรุ่นต่างกันตรงราคาใช้สิทธิ 1,300 จุด 1,400 จุด และ 1,500 จุด
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า คำตัดสินศาลออกมาถือว่าเป็นกลาง และไม่ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ส่งผลให้ตลาดหุ้นคลายความกังวล และทำให้สถานการณ์การเมืองคลายความรุนแรงลง ส่งผลให้ดัชนีดีดกลับจากช่วงเช้าที่ลงไปลึกถึง 15 จุด
“เดิมฝ่ายวิจัยมองว่าการเมืองจบในไตรมาส 3 ซึ่งจีดีพีจะโต 2% และกำไรสุทธิของ บจ.จะโต 9% แต่เมื่อดูแล้วการเมืองน่าจะยังคงยืดเยื้อ และหลังงบงวดครึ่งปีออกมาอาจมีการปรับลดอีกครั้ง” นายพิชัย กล่าว







