
ดูแลอาคารพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
การเกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง อาคารสูง วัดใน จ.เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงได้รับความเสียหาย (เชียงใหม่ พะเยา น่าน และลำปาง) อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนยังรับรู้ได้ถึงอาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ภาครัฐได้ออกมาเฝ้าระวังและเตือนประชาชนให้รับมืออาฟเตอร์ช็อกจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวภายใน 35 วันจากนี้
การเกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง อาคารสูง วัดใน จ.เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงได้รับความเสียหาย (เชียงใหม่ พะเยา น่าน และลำปาง) อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนยังรับรู้ได้ถึงอาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ภาครัฐได้ออกมาเฝ้าระวังและเตือนประชาชนให้รับมืออาฟเตอร์ช็อกจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวภายใน 35 วันจากนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว จากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า แผ่นดินไหวในครั้งนี้เป็นการเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางค่อนข้างสูง แต่ถือได้ว่าเป็นการเกิดแผ่นดินไหวในภาคเหนือของไทยที่รุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งพันปี อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก ซึ่งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องต่างพากันเฝ้าระวังและให้การดูแลอยู่แล้ว
สำหรับการรับมือภัยจากแผ่นดินไหว สิ่งที่เจ้าของอาคารหรือผู้บริหารตึกสูงต่างๆ สามารถเพิ่มระดับความต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารได้โดยใช้วิธีที่ต่างประเทศนิยมแก้ คือ การพอกเสาให้ใหญ่และดามด้วยเหล็ก หรือการเสริมด้วยกำแพงคอนกรีต รวมทั้งการเสริมแผ่นโพลีเมอร์เสริมเส้นใยคาร์บอนที่จะทำให้เสาอาคารสูง สามารถโยกตัวรับแผ่นดินไหวได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3–4 เท่า และที่สำคัญคือการซักซ้อมแผนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
โดยทั่วไปอาคารจะต้องตรวจสอบความปลอดภัย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.การตรวจความมั่นคงแข็งแรง โครงสร้าง ผนัง รากฐาน 2.การตรวจระบบประกอบอาคารและระบบสิ่งอำนวยความสะดวก ไฟฟ้า ประปา แอร์ บันไดเลื่อน ลิฟต์ เป็นต้น 3.การตรวจสอบสมรรถนะของระบบเตือนไฟ ระบบดับเพลิง และทางหนีไฟ และ 4.การตรวจแผนฉุกเฉินและแผนซ้อมหนีไฟ และที่สำคัญควรมีที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคาร เพื่อทำการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด
ปัจจุบันรัฐบาลยังได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเรื่องการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว 2550 ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2550 ให้สามารถรองรับแผ่นดินไหวที่มีความแรงมากกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไปอีกด้วย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารที่ปลูกสร้างใหม่ เพราะมีการออกแบบรองรับการสั่นไหวมากขึ้นตามกฎหมายแล้ว
สำหรับในบางพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย นี้ เป็นเพราะชนิดของดินในเขตกรุงเทพฯ เป็นดินอ่อนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในระยะไกลได้ เช่น อาจจะทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกสูงในกรุงเทพฯ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ดินชนิดนี้ไม่ใช่ดินประเภทเดียวกับประเทศญี่ปุ่น จึงมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับดีกว่า







