posttoday
ทำไมคิดว่าเวลาไร้ค่า

ทำไมคิดว่าเวลาไร้ค่า

07 พฤษภาคม 2557

มนุษย์เราส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับเวลาเท่าที่ควร ด้วยว่าเราได้เวลามาฟรีๆ ทุกๆ วัน เราจะได้เวลามาคนละ 24 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม เศรษฐีหรือยาจกก็มีคนละ 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน หลายๆ คนจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่าของที่ได้มาฟรีๆ เพราะว่าวันนี้ใช้หมดไป พรุ่งนี้พระเจ้าก็ให้เวลาเรามาอีก 24 ชั่วโมง

มนุษย์เราส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับเวลาเท่าที่ควร ด้วยว่าเราได้เวลามาฟรีๆ ทุกๆ วัน เราจะได้เวลามาคนละ 24 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม เศรษฐีหรือยาจกก็มีคนละ 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน หลายๆ คนจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่าของที่ได้มาฟรีๆ เพราะว่าวันนี้ใช้หมดไป พรุ่งนี้พระเจ้าก็ให้เวลาเรามาอีก 24 ชั่วโมง

คุณลองถามคนที่ไปสนามบินไม่ทันเที่ยวบินของตัวเอง หรือคนที่พลาดรถไฟขบวนที่ตัวเองจะขึ้น แม้จะเพียงเสี้ยวนาทีก็ตาม นักเรียนที่ทำข้อสอบไม่ทัน เพราะว่าข้อสอบยากหรือมากจนเวลาที่กำหนดไว้ไม่พอที่จะทำข้อสอบได้หมด เขาเหล่านั้นจะรู้สึกว่าเวลานั้นมีค่าจริงๆ แต่น่าเสียดาย เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็จะลืม และการให้ความสำคัญกับเวลาก็น้อยลงจนกลับไปเหมือนเดิม โดยเฉพาะคนไทยไล่ไปตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ

ผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับเวลาน้อยมาก จากการสังเกตชนชาติต่างๆ ที่ผมได้พบเห็นจากการเดินทางไปเที่ยวประเทศนั้นๆ ผมได้เห็นพฤติกรรมของคนเอเชียหลายชาติ ที่จะไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่ากับเรื่องไร้สาระ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม Chat การใช้ Social Media ต่างๆ ฯลฯ เยาวชนจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากเลิกเรียนแล้วยังต้องไปเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม เพราะว่าการแข่งขันในการเรียนของเยาวชนจีนมีสูงมาก ทุกคนมุ่งหน้าจะฟันฝ่าเพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ดี อย่างเช่น มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ว่าพลเมืองของจีนมีจำนวนมหาศาล ขณะที่เยาวชนไทยชอบที่จะไปเดินห้าง เล่นเกม Chat ฯลฯ เรามาดูที่ญี่ปุ่น ทุกครั้งที่ผมขึ้นรถไฟใต้ดิน หรือรถไฟชิงคังเซ็น (รถไฟความเร็วสูง) ผมเห็นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง พ็อกเกตบุ๊กบ้าง นิตยสารต่างๆ บ้าง แล้วที่ผมชอบมากที่สุดคือ แทบจะไม่ค่อยเห็นคนญี่ปุ่นคุยโทรศัพท์บนรถไฟใต้ดินหรือรถไฟความเร็วสูงเลย เพราะว่าคนญี่ปุ่นถือว่าเป็นมารยาทที่จะไม่พูดโทรศัพท์บนรถไฟ เพราะรบกวนผู้อื่น

ในขณะที่ทุกครั้งที่ผมขึ้นรถไฟฟ้า จะเห็นคนไทยคุยโทรศัพท์มือถือเสียงดัง หรือคุยกันเองเสียงดังหนวกหู โดยไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะอิดหนาระอาใจกับพฤติกรรมเหล่านี้ หรือกระทั่งเวียดนามเอง ผมไปเที่ยวมา 2 ครั้ง และทุกครั้งที่ผมนั่งรถทัวร์ท่องเที่ยวไประหว่างเมืองต่างๆ ผมไม่เคยเห็นคนเวียดนามไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่นั่งเฉยๆ เลย ทุกคนจะมีกิจกรรมทำโน่นทำนี่กันทั้งนั้น ในทางกลับกัน เวลาผมนั่งรถทัวร์ในประเทศไทย ผมเห็นชาวบ้านข้างทางน้อยคนนักที่จะกำลังทำงานอะไรอยู่ ส่วนใหญ่จะนั่งหรือนอนเฉยๆ หรือไม่ก็ล้อมวง เหมือนกับว่าเล่นไพ่กัน ทำให้ผมเข้าใจได้ว่าทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศในเอเชียประเทศแรกที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นประเทศที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยระเบิดปรมาณูบอมบ์ไป 2 เมือง หรือกระทั่งจีนเองที่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วยังมี GDP ต่อประชากรไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประเทศไทย มาปีที่แล้ว GDP ต่อประชากรของจีนอยู่ที่ 7,325 เหรียญสหรัฐ

ขณะที่ของไทยเราอยู่ที่ 7,907 เหรียญสหรัฐ หายใจรดต้นคอกันขนาดนี้ เชื่อได้เลยว่าปีหน้าจีนต้องแซงเราแน่ๆ แล้วถ้าเรายังต้วมเตี้ยมอยู่แบบนี้ อีกสิบกว่าปีข้างหน้าเวียดนามคงแซงเราไปอีก เราคงต้องไปแข่งกับพม่า กัมพูชา และลาว ผมสังเกตดูคนที่รวยจากการสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเองหรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Self made millionaire ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปเพื่อหายใจเท่านั้น เขาจะขยันขันแข็งทำงาน และหลายๆ คนก็เลือกใช้เวลาที่ว่างหมดไปกับการอ่านหนังสือ หรือเข้าคอร์สอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทั้งในหน้าที่การงานของตน Charlie Munger คู่หูการลงทุนของ Warren Buffet เล่าว่า “If you were an observer, you’d see that warren did most of it sitting on his and reading” ส่วนตัวผมเอง เนื่องจากต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เพื่อทำการค้า ทำให้ต้องไปเรียนกวดวิชาช่วงเย็น ทำให้คุ้นเคยกับการอ่านหนังสือและเรียนด้วยตัวเอง และใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้านนั่งอ่านหนังสือ เวลาขึ้นรถเมล์ในสมัยเด็กๆ ผมก็จะมีหนังสือติดมือไปอย่างน้อย 1 เล่มเสมอ ไว้อ่านบนรถเมล์ ซึ่งก็เป็นนิสัยที่ติดตัวมาจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผมจะต้องมีหนังสืออยู่ข้างตัวตลอดเวลา ผมอยากให้คนไทยรักการอ่านมากกว่าปัจจุบัน อย่าให้สถิติที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 6 บรรทัดมาบาดตาบาดใจเราอีกเลย

อนึ่ง ผมกำลังจะจัดคอร์สอบรมหลักสูตรการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์เต็มวันในชื่อคอร์ส “จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้ สนใจติดต่อ 0882740434 สำหรับท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มีราคาพิเศษครับ กรุณาแจ้งด้วยครับว่ามาจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน