
เจาะลึกข้าวเวียดนาม
เวียดนามผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ตีคู่สูสีกับไทยชนิดหายใจรดต้นคอ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ไทยกำลังเดินสะดุดขาตัวเองจากปัญหาจำนำข้าว
เวียดนามผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ตีคู่สูสีกับไทยชนิดหายใจรดต้นคอ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ไทยกำลังเดินสะดุดขาตัวเองจากปัญหาจำนำข้าว
แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำคัญของเวียดนาม คือ เรื่องคุณภาพ ที่ยังเป็นประเด็นท้าทายสำหรับเพื่อนบ้านรายนี้
เว็บไซต์ diplomat ระบุว่า รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าจะปลูกข้าวให้ได้ 3.8 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดในประเทศ ขณะที่การส่งออกข้าวมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของที่ปลูกได้ทั้งหมด โดยเมื่อปีที่แล้วเวียดนามขายข้าวคิดเป็นเงินราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
จีนถือเป็นลูกค้ารายสำคัญของเวียดนามที่ซื้อข้าวราว 1 ใน 3 ของที่เวียดนามส่งออกทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่งกลับมานำเข้าข้าวจากเวียดนามอีกครั้ง หลังจากหยุดนำเข้าเมื่อหลายปีก่อน เพราะคุณภาพข้าวไม่ผ่าน หลังตรวจพบสารเคมีตกค้าง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยนำเข้าข้าวจากเวียดนามจำนวนมาก
ขณะที่ไทยมีชื่อด้านคุณภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิ ที่สามารถขายได้ในตลาดใหญ่ๆ อย่างสหรัฐและญี่ปุ่น แต่ใช้เวลานานกว่าข้าวของเวียดนามที่ปลูกและเก็บเกี่ยวได้รวดเร็วกว่า
แม้ไทยจะเผชิญปัญหาเรื่องจำนำข้าว แต่เวียดนามก็ยังไม่สามารถสร้างความได้เปรียบอย่างเต็มที่
เหงวียน แองห์ ฟอง นักวิจัยจากศูนย์นโยบายการเกษตรเวียดนาม มองว่า ปัญหาหลักๆ ที่แวดวงข้าวเวียดนามเผชิญอยู่ คือ เกษตรกรต่างคนต่างผลิต ทำให้ได้ข้าวที่มีปริมาณน้อย ซึ่งนำไปสู่การจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ไม่ดีพอ เช่น จัดเก็บและขัดสีอย่างไม่เหมาะสม จนส่งผลให้คุณภาพเสื่อมลง รวมทั้งเกษตรกรยังขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การลดความชื้น ที่ยังพึ่งการตากข้าวริมถนน ทำให้เสี่ยงเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก ต่างจากประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีวิธีทำให้ข้าวแห้งได้ดีกว่า
ดังนั้น รัฐบาลเวียดนามควรช่วยเกษตรกรให้หลุดพ้นจากปัญหาการผลิตแบบรายย่อย โดยส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อให้เข้มแข็งขึ้น นำไปสู่ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
เวียดนามมีกฎหมายเกี่ยวกับสหกรณ์ที่เอื้อให้เกษตรกรรวมตัวในลักษณะสมาคมและบริษัท ที่จะช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ง่ายขึ้น สามารถซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่จำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำตลาดได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพานายหน้าคนกลาง
นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ทั้งที่คนจำนวนมากเรียนจบระดับมัธยม หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย แต่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องการทำสัญญาหรือระบบภาษีที่ดีพอ
ในขณะที่ระบบการทำเกษตรแบบมีสัญญา หรือคอนแทรกต์ ฟาร์มมิ่ง กำลังแพร่หลายในภูมิภาคอาเซียน และนี่อาจมีส่วนช่วยพัฒนาด้านเทคนิค เพราะบริษัทที่ทำสัญญากับเกษตรกรต้องการรับซื้อข้าวที่มีคุณภาพเพื่อส่งออก จึงจำเป็นต้องช่วยสนับสนุนด้านเทคนิคต่างๆ
บริษัท อันยาง แพลนท์ โปรเทคชั่น คอมปะนี ที่ทำคอนแทรกต์ ฟาร์มมิ่งกับเกษตรกรเวียดนาม ก็หันมาให้คำแนะนำในการเพาะปลูกแก่ชาวนา ควบคู่ไปกับการขายยากำจัดศัตรูพืช จนกลายเป็นผู้ผลิตยาฆ่าแมลงรายใหญ่ เช่นเดียวกับที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ที่สามารถส่งออกข้าวไปยังญี่ปุ่น
ขณะนี้บริษัทผู้นำเข้าและส่งออกรายอื่นๆ ก็หันมาใช้โมเดลคอนแทรกต์ ฟาร์มมิ่ง แบบนี้ เช่น อะกริเม็กซ์
ส่วน เอดูอาร์โด เซบิโอ จากหน่วยงานเอ็นจีโอ VECO มองว่า รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับข้าวและลงทุนในส่วนนี้ แต่การอุดหนุนกลับตกไปอยู่กับพ่อค้ามากกว่าเกษตรกร ที่มีรายได้น้อยนิด และราคาข้าวก็ถูกกำหนดจากพ่อค้า ในขณะที่มีที่ดินเพาะปลูกเพียงนิดเดียว ทำให้คนจำนวนมากหันไปหางานทำในเมืองที่ได้ผลตอบแทนดีกว่า
นี่สะท้อนว่าเวียดนามก็ยังมีปัญหาเฉพาะที่ต้องเร่งแก้ไข เช่นเดียวกับไทยที่ต้องเร่งหาทางออกจากวิกฤตจำนำข้าว







