
BHจ้องลงทุนกว่าหมื่นล้าน
ผุดตึกใหม่เพิ่มผู้ป่วยนอกกว่าเท่าตัวซื้อโรงหมอตปท.ผลตอบแทน20%
ผุดตึกใหม่เพิ่มผู้ป่วยนอกกว่าเท่าตัวซื้อโรงหมอตปท.ผลตอบแทน20%
บำรุงราษฎร์ เตรียมเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท สร้างตึกใหม่เปิดปี 2560 ซุ่มเจรจาซื้อโรงพยาบาลนอก
นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท บำรุงราษฎร์ (BH) เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ว่า ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) ซึ่งปัจจุบันพาร์อยู่ที่ 1 บาท
สิ่งที่บริษัทจะเน้นทำจากนี้ไป คือ การขยายการลงทุนจากที่ดินที่บริษัทได้ซื้อมาและการซื้อกิจการรวมกันกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 8,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารใหม่ของโรงพยาบาลบริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ทั้งหมด 22 ชั้น บนพื้นที่ 8,200 ตารางเมตร ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติแบบการก่อสร้าง ประเมินว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายใน 34 เดือนนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 2.5 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2560 นี้
สำหรับเม็ดเงินลงทุนก่อสร้างตึกใหม่ บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอ ทั้งจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการบริการจัดการโครงสร้างทางการเงินไว้เพียงพอต่อการลงทุน เช่น ในอนาคตไปขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จากปัจจุบันยังมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ที่ระดับต่ำอยู่ โดยไม่มีความจำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
“เมื่อมีอาคารใหม่จะช่วยเพิ่มอัตราการการเข้ามารักษาของผู้ป่วยนอก (OPD) ได้ถึง 8,000 คนต่อวันในปี 2560 จากปัจจุบันอยู่ที่ 3,400 คนต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการหมุนเวียนของคนไข้ OPD จากอาคารเก่าจาก 3,400 คนเพิ่มเป็น 5,000 คนต่อวัน และจากการเปิดตึกใหม่ถึงกว่า 3,000 คนต่อวัน” นายชัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขอวงเงินเครดิตจากสถาบันการเงินไว้กว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อโรงพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่ากำลังเจรจากับหลายแห่ง บางแห่งก็คุยกันและมีมุมมองต่างกัน บางแห่งก็แสดงความสนใจที่ต้องการร่วมทุนกับ BH แต่ทั้งหมดนี้บริษัทจำเป็นต้องใช้เวลาพิจารณารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้ข้อสรุปของการเจรจาเมื่อใด
นายชัย กล่าวว่า บริษัทมองผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างน้อยที่ 20% ซึ่งลักษณะโรงพยาบาลที่บริษัทจะเข้าไปซื้อกิจการหรือร่วมทุนด้วย ต้องเป็นโรงพยาบาลที่มีการเติบโตอยู่ แต่ขาดเม็ดเงินลงทุนในการขยายงาน ซึ่ง BH สามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนได้ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลมองโกเลียที่ BH ได้เข้าไปซื้อกิจการมาเพราะขาดเม็ดเงินขยายการลงทุน ขณะเดียวกัน บริษัทยังจะได้ฐานลูกค้ากลุ่มผู้ป่วยหนักที่ต้องการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทาง ซึ่งก็จะมีการส่งต่อมารักษาที่ BH ในกรุงเทพฯ ด้วย
สำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับภาวะการแข่งขันภายหลังเปิดเออีซี นพ.สิน อนุราษฎร์ กรรมการและผู้อำนวยการด้านการแพทย์กลุ่มภูมิภาค โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า BH ยังคงสานต่อกลยุทธ์ในการรักษาคุณภาพความเชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีคุณภาพและรองรับการรักษาผู้ป่วยในหลายเชื้อชาติ ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรการแพทย์กว่า 1,200 ราย และปี 2556 เพิ่งรับเพิ่มมาอีก 138 ราย เชื่อว่าหลังเปิดเออีซีแล้วบริษัทก็จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในทางปฏิบัติแต่ละประเทศยังมีกำแพงที่ยังห้ามหรืออนุญาตให้หมอต่างชาติเข้าไปทำงานและยังมีข้อจำกัดในอีกหลายๆ เรื่อง







