posttoday
เชื่อเผด็จศึก พ.ค.ไม่จบธุรกิจสั่งลุยฝ่าการเมืองยื้อ

เชื่อเผด็จศึก พ.ค.ไม่จบธุรกิจสั่งลุยฝ่าการเมืองยื้อ

06 พฤษภาคม 2557

โดย...ทีมข่าวธุรกิจการตลาด

โดย...ทีมข่าวธุรกิจการตลาด

แม้การเมืองดูจะเข้มขึ้น หลังคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตรทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ประกาศวันเผด็จศึก 3 ขั้นตอนวันที่ 14 พ.ค.นี้จะสู้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ผู้ประกอบการธุรกิจไม่เชื่อว่าการเมืองจะจบได้จริง และหลายรายเริ่มไม่รอการเมืองนิ่งแต่เดินหน้าธุรกิจตามแผนเลย

ชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า เหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองไม่น่าจะจบในวันเผด็จศึก 14 พ.ค.นี้ เชื่อว่า การเมืองไทยจะยืดเยื้อแบบนี้ต่อไป เศรษฐกิจปีนี้ก็จะคงถดถอยลงไปอีก ได้แต่หวังว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะไม่ติดลบ แต่คงมีปัญหาเศรษฐกิจแน่นอน

สำหรับดุสิตฯ ทำธุรกิจโรงแรมมานาน เริ่มชินกับเหตุการณ์การเมืองเช่นนี้แล้ว พบว่า ท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีปัญหาการเมืองถึง 3 เดือนแรกของปีนี้แย่ แต่เมื่อถึงเดือน เม.ย. ลูกค้าก็เริ่มกลับมา เพราะชินกับเหตุการณ์ จึงเชื่อว่า หลังจากนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีกว่า 3 เดือนแรกแน่นอน

“โรงแรมในกรุงเทพฯ ไตรมาส 2 นี้ น่าจะมีอัตราเข้าพัก 3040% เพิ่มขึ้นจาก 3 เดือนแรกที่ลดไปเหลือแค่ 20% ทั้งที่ควรจะสูงถึง 7080% แต่เป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่โรงแรมในต่างจังหวัดดำเนินธุรกิจไปได้ดี แม้หัวหินและพัทยาจะได้รับผลกระทบจากกรุงเทพฯ บ้าง เพราะคนที่เดินทางไปต้องเดินทางผ่านกรุงเทพฯ ก่อน แต่ไม่มากนัก ส่วนภูเก็ต และเชียงใหม่อัตราเข้าพักดี อยู่ที่ 7080%” ชนินทธ์ กล่าว

อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจของไทยที่ขึ้นกับปัจจัยการเมืองที่ยังไร้ทิศทาง ภาคเอกชนต้องปรับแผนการตลาด มุ่งขยายตลาดต่างประเทศแทน สร้างตลาดใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงรายได้ภายในประเทศที่อาจได้น้อยในปีนี้ ส่วนการทำโปรโมชั่นก็ต้องทำตามสภาพการแข่งขัน หากคู่แข่งอื่นๆ ทำแบรนด์ บริษัทก็ต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียส่วนแบ่งหรือยอดขาย ขณะที่งบการตลาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและระมัดระมัดยิ่งขึ้น

เพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า แน่นอนว่าสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างจึงต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งไม่ใช่ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อโดยสังเกตได้จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีอยู่ เพียงแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อโดยเร็ว

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่อุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ได้รับผลกระทบในทุกอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วนที่ชะลอการใช้จ่าย ทำให้คำสั่งผลิตหรือคำสั่งซื้อลดลงส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ด้านเงินสะพัดหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจ ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อรายได้ของผู้บริโภคส่งผลให้หลายรายเลิกคิดที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์

“ยิ่งสถานการณ์ทางการเมืองยังคงคลุมเครือต่อเนื่องนานเท่าไร ยิ่งจะทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายไม่มีอะไรดีขึ้น หากสามารถคลี่คลายได้เร็วเท่าไรน่าจะทำให้ภาคเศรษฐกิจในประเทศไทยสามารถลืมตาอ้าปาก สามารถวางแผนอะไรได้หลังจากนี้” นางเพียงใจ กล่าว

สำหรับแผนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยปี 2557 ในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตามแผนที่วางไว้ที่ 2.4 ล้านคัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและเพื่อการส่งออกในสัดส่วน 50% ต่อ 50%

ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ ต้องมีการบริหารจัดการภายในบริษัทของตนในสถานการณ์ที่ตลาดในประเทศชะลอตัว ซึ่งจากการรายงานตัวเลขการส่งออกในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนการส่งออกของตลาดรวมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนยอดจำหน่ายในประเทศได้เพียงแต่ประทังบรรเทาเท่านั้น ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังหากสถานการณ์อะไรชัดเจนขึ้นจะพอมองเห็นอะไรที่ชัดเจนในการกำหนดแผนในภาพใหญ่และแผนของบริษัทต่างๆได้ดีขึ้น

สมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือเอทีเอสไอ กล่าวว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมไอทีไทย มีการชะลอการลงทุนขององค์กรในภาคเอกชน และหยุดชะงักไปในช่วงไตรมาสแรกขององค์กรภาครัฐ แต่เชื่อว่าถ้าสามารถจบปัญหาทางการเมืองได้โดยเร็วที่สุด และจัดทุกอย่างเข้าสู่ระบบ การลงทุนและการกระตุ้นเศรษฐกิจจะกลับมาสู่สถานการณ์ปกติได้ เนื่องจากคนไทยมีภูมิต้านทานดี

“สัญญาณที่เกิดขึ้นยังไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็หวังว่าจะสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด” นายสมพร กล่าว

อดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือเอทีซีไอ เปิดเผยว่า การสร้างตลาดไอทีให้เกิดขึ้นในไทยเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจมีผลกระทบอย่างยิ่ง ดังนั้น การเร่งหาทางออกให้ได้โดยเร็วจึงเป็นส่วนที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางอาจจะชะลอการลงทุนแต่ในระดับท้องถิ่นย่อยลงไปต้องเร่งนำระบบไอทีมาใช้งาน เรียกว่าใช้ช่วงที่เศรษฐกิจ การเมืองยังไม่เข้าที่ในการปรับภายใน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เดินหน้าลุยได้ทันที โดยเฉพาปีหน้าที่จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

แหล่งข่าววงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีบทสรุปเมื่อใด ซึ่งผลกระทบเกิดขึ้นในภาพรวมเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าในภาคโทรคมมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่วนในธุรกิจไอทีอาจชะลอการลงทุนไปบ้างในกลุ่มลูกค้าเอกชน แต่เชื่อว่าด้วยความจำเป็นในการแข่งขัน สุดท้ายจะยังมีการลงทุนอยู่ ดังนั้นส่วนของแผนการลงทุนจะยังคงเป็นไปตามแผนเดิม โดยเฉพาะภาคโทรคม ที่มีการลงทุนโครงข่าย 3จี รวมถึงเตรียมลงทุน 4จี ประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งไม่สามารถชะลอได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท