
มันนี่ทูเดย์
คลังออกพันธบัตรออมทรัพย์
คลังออกพันธบัตรออมทรัพย์
กระทรวงการคลังเตรียมดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2557 โดยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ 2557 ครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.25% ต่อปี อายุ 3 ปี จำนวน 1 รุ่น เป็นแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) และวงเงินซื้อขั้นสูง 2 ล้านบาท (2,000 หน่วย) ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย แต่วงเงินรวมที่ซื้อไม่เกินรายละ 2 ล้านบาทต่อ 1 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมของนักลงทุนรายย่อยและประชาชนทั่วไป
ผู้ที่สนใจซื้อพันธบัตรสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรดังกล่าวผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 8 พ.ค.–29 ส.ค. 2557
‘กิตติรัตน์’ ย้ำความเชื่อมั่นประชุม รมว.คลังอาเซียนบวก 3
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียนบวก 3 ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นการประชุมที่จัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย
รมว.คลัง ได้กล่าวในที่ประชุมว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมา ภายหลังจากสถานการณ์มหาอุทกภัย ประเทศไทยได้กลับมาขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงที่ 6.5% อีกครั้งในปี 2555
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 และในไตรมาสแรกของปี 2557 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่า หากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลจะสามารถดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลาง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือความคืบหน้าในการเสริมสร้างประสิทธิภาพของกลไกความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างกันของประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียนบวก 3 หรือมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) โดยเฉพาะความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของกลไกในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของ CMIM และการจัดทำรายละเอียดแนวทางปฏิบัติเมื่อประเทศสมาชิกต้องการรับความช่วยเหลือ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าสมาชิกจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างทันท่วงที เมื่อมีแนวโน้มว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้อาเซียนบวก 3 เสริมสร้างความร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ CMIM







