
ไทยหมดเวลาศึกษาการปฏิรูปภาษีแล้ว:เราต้องเริ่มวันนี้
ผู้อ่านคงอ่านบทความ หรือเคยฟังผมพูดในโอกาสต่างๆ กันในเรื่องการปฏิรูปภาษีที่ผมพยายามเขียนและพูดตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แต่ท่านคงรู้สึกผิดหวังที่พบว่าการปฏิรูปภาษีไม่มีความคืบหน้าเลย
ผู้อ่านคงอ่านบทความ หรือเคยฟังผมพูดในโอกาสต่างๆ กันในเรื่องการปฏิรูปภาษีที่ผมพยายามเขียนและพูดตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แต่ท่านคงรู้สึกผิดหวังที่พบว่าการปฏิรูปภาษีไม่มีความคืบหน้าเลย
แม้ในบทบาทของประธานกรรมการภาษีของสภาหอการค้าไทยที่ผ่านมาสองสมัย และตอนนี้อยู่ในช่วงที่สาม ผมก็ไม่สามารถผลักดันการปฏิรูปภาษีให้เป็นรูปธรรมได้เลย เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสนใจในการตั้งใจที่จะปฏิรูปภาษีอย่างจริงจังเลย มีแต่เรื่องศึกษาๆ วิจัยๆ แต่ไม่เคยเริ่มจริงจัง
ยิ่งผมอ่านข่าวที่ท่านปลัดกระทรวงการคลังได้แจ้งว่า รัฐบาลได้จัดประชุมทั้งสามกรมภาษี คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต ว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและกระตุ้นค่าใช้จ่ายของประชาชน แถมยังมีแผนจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศมาศึกษาการปรับโครงสร้างและหาทางอุดช่องโหว่มาร่วมมองปัญหาร่วมกัน เพื่อหาแนวทางทั้งหมดเสนอรัฐบาลใหม่
ผมคิดว่าในช่วงการที่เราพูดถึงการปฏิรูปไม่ว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือหลังเลือกตั้งประเด็นเรื่องการปฏิรูปภาษีดูจะไม่ค่อยมีการกล่าวถึง หรือหากกล่าวถึงก็น้อยมากไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรมเลย
ผมจึงคิดว่าจะนำข้อเสนอการปฏิรูปภาษีทั้งหมดที่เคยเขียนนำมารวบรวมปรับปรุงแก้ไข เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถนำไปใช้และปฏิบัติการได้เลย
สาเหตุที่ไทยต้องมีการปฏิรูปภาษีอย่างเร่งด่วนก็เพราะไม่ว่าจะมีข้อเสนอการปฏิรูปในแง่มุมใด เช่น การเลือกตั้ง การป้องกันการทุจริตคิดมิชอบ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หรือการปฏิรูประบบการศึกษา ข้อเสนอการเหล่านั้นไม่สามารถดำเนินการได้เลยถ้าประเทศไม่มีเงินภาษีมาใช้จ่าย เปรียบเสมือนบริษัทที่ไม่สามารถหารายได้มีแต่การก่อหนี้ หรือต้องนำเงินสำรองมาใช้ก็ต้องย่อมล้มละลายในที่สุด
สถานะการคลังของประเทศไทยที่ขาดดุลมาเป็นเวลานานก็ยิ่งเป็นตัวเร่งรัด ทำให้รัฐบาลใหม่ต้องพร้อมที่จะปฏิรูปภาษีโดยทันที หากเป็นรัฐบาลเฉพาะกาลก็ยิ่งต้องเตรียมการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะการปฏิรูปภาษีต้องกระทบกับประชาชนทุกกลุ่มไม่มากก็น้อย และรัฐบาลใหม่ไม่มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาประเทศในระยะยาวแล้ว ประเทศเราก็จะตกอยู่ในวังวนเดิม
ประเทศไทยได้มีการศึกษาเรื่องการปฏิรูปภาษีมานานแล้วไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลังเอง ธนาคารโลก สถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ สถาบันการศึกษาต่างๆ สิ่งที่ควรทำคือให้หน่วยงานอิสระที่ประกอบทั้งผู้แทนภาครัฐเอกชนและสถาบันการศึกษานำผลการศึกษาทั้งหมดมาพิจารณาใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน รวมทั้งการรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียผ่านสื่อมวลชน แล้วเสนอเป็นกฎหมายเพื่อผ่านสภาในช่วงการปฏิรูป หรือพรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องให้สัญญาว่าจะผ่านร่างกฎหมายโดยทันทีเมื่อได้รับการเลือกตั้ง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงการคลังและธนาคารโลก พบว่า แรงงานในระบบแรงงานไทยมีประมาณ 38 ล้านคน มีมนุษย์เงินเดือน 5.5 ล้านคน รวมอาชีพอิสระอีก 21 ล้านคน จึงควรมีผู้เสียภาษี 26.5 ล้านคน แต่ในปี 2557 มีคนยื่น ภ.ง.ด.90 91 แค่ 10 ล้านคนเศษ แถมมีคนเสียภาษีเพิ่มเพียง 2 ล้านคนเศษ ที่เหลือก็ไม่ต้องเสียเพราะหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนจนไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสีย แถมบางคนยังได้ภาษีคืนอีก
ยิ่งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีประมาณ 3 แสนราย มีเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 500 กว่าบริษัทเสียภาษีประมาณ 28.5% ที่เหลืออีกราว 1 แสนนิติบุคคลเสียภาษีราว 71.5% มีนิติบุคคลอีกกว่า 2 แสนนิติบุคคลที่ไม่เสียภาษี รวมถึงบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนบริษัท SME ที่เข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษี 1.5 หมื่นบาทแรก ที่สำคัญธนาคารโลกศึกษาว่าประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของไทยควรเก็บได้ถึง 21.35% ของจีดีพี แต่ไทยเก็บได้เพียง 16.20% และยิ่งเปรียบเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาที่เฉลี่ย 0.90% และประเทศพัฒนาที่เฉลี่ย 1.08% แต่ของไทยมีค่าเพียง 0.76% เท่านั้น
ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่ต้องปฏิรูปภาษีวันนี้
การที่ท่านอธิบดีกรมสรรพากรแถลงข่าวจะเก็บภาษีกับพวกที่หนีภาษี โดยใช้ระบบจีไอเอสเพื่อล็อกเป้าและวิเคราะห์ข้อมูลการเสียภาษีทั้งรายบุคคลและรายบริษัทก็เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุปัญหาของประเทศไทยคือ คนส่วนใหญ่เห็นว่าการหนีภาษีเป็นเรื่องธรรมดา อีกทั้งหลายคนรู้สึกว่าภาษีไทยสูงเกินไป แถมเสียภาษีไปนักการเมืองยังเอาเงินไปทุจริตคอร์รัปชั่น ไปใช้จ่ายประชานิยมโดยผู้เสียภาษีไม่ได้รับประโยชน์หรือเป็นประโยชน์ส่วนรวม คนทำงานทำธุรกิจต้องถูกบังคับให้เสียภาษีถูกตรวจภาษีแต่นักการเมืองที่ร่ำรวย รวมทั้งมีคนจำนวนมากไม่ได้ทำงาน หรือทำงานไปแต่กลับไปซื้อขายหุ้นไปวันๆ เก็งกำไร แต่ไม่ต้องเสียภาษีสักบาทโดยถูกกฎหมาย หรือคนหนีภาษีก็จับไม่ได้ แต่สรรพากรกลับตามล่ากับคนที่เสียภาษีอยู่แล้ว
โจทย์การปฏิรูปภาษีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมจะนำมาเสนอเป็นลำดับต่อไปครับ







