
เป้าหมาย
หลายคนพูดถึงระบบการศึกษาไทยว่าล้มเหลว เพราะใช้งบประมาณสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับอยู่ในระดับแย่ ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
หลายคนพูดถึงระบบการศึกษาไทยว่าล้มเหลว เพราะใช้งบประมาณสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับอยู่ในระดับแย่ ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
ซึ่งถ้าพูดถึงตัวผู้เรียน ดิฉันคิดว่า เด็กไทยยุคใหม่มีความสามารถ เพียงแต่อาจขาด “เป้าหมาย” ไม่รู้ว่าตนเองจะเรียนไปเพื่ออะไร
เพื่อนครูคนหนึ่ง เล่าว่า เคยถามนักศึกษาปี 1 สาขานิเทศศาสตร์ ว่า พวกเขาอยากจะทำงานอะไร นักศึกษาประมาณ 90% มองครูตาใส และไม่สามารถตอบได้ว่า อยากจะทำอะไร ส่วนคนที่มีคำตอบบางคนบอกว่า จะไปทำงานเป็นเสมียนบริษัท
น่าตกใจค่ะกับคำตอบแบบนี้... ไม่ได้ตกใจว่า เขาจะไปเป็นเสมียน แต่ตกใจว่า เขาจะมาเรียนนิเทศศาสตร์ทำไมต่างหาก
เด็กไทยอีกจำนวนมากในปัจจุบันมีปัญหาแบบนี้ค่ะ พวกเขาเรียนไปโดยไร้เป้าหมาย หรือบางคนจำใจเรียนเพื่อสานต่อ “ความฝัน” ของพ่อแม่ ทั้งที่จริงๆ แล้ว พวกเขาอาจจะไม่ได้อยากเป็นหมอ เป็นนักบัญชี แต่อาจอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ คนเบื้องหลังวงการบันเทิงก็ได้
พูดถึง “เป้าหมาย” ในการเรียนแล้ว ทำให้ดิฉันคิดถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนภาษาเขมรคนหนึ่งค่ะ เธอเป็นพยาบาลซึ่งกำลังจะออกไปตะลุยอาเซียน โดยจะไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาในเร็วๆ นี้ค่ะ
แม้ว่าจะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่เพื่อนคนนี้เชื่อว่า ถ้ารู้ภาษาท้องถิ่นแล้ว น่าจะทำอะไรได้ง่ายขึ้น จึงตัดสินใจมาเรียนภาษาฉบับเร่งรัด ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่การหัดเขียนพยัญชนะ สระ ของเขมร และหัดอ่านคำต่างๆ และการพูดสนทนาง่ายๆ
ทุกๆ ครั้งที่เรียน ครูก็จะให้นักเรียนทุกคนออกไปเขียนศัพท์ที่ตนเองสนใจหน้าชั้นเรียนค่ะ ซึ่งล่าสุดในครั้งที่ 5 เพื่อนคนนี้ออกไปเขียนประโยคสั้นๆ เป็นภาษาเขมร ด้วยลายมือที่สวยมาก จนครูชมว่า สวยในระดับเดียวกับครูที่เรียนเขมรมาหลายปีแล้ว แถมยังอ่านคำและแปลความหมายได้ดีด้วย
เพื่อนคนนี้เรียนภาษาได้ดี เพราะมี “เป้าหมาย” ว่า จะต้องเอาไปใช้จริง และที่สำคัญ เธอมี “วินัย” มากค่ะ ไม่ใช่แค่เรียนในห้องเพียงอย่างเดียว แต่ยังไปฝึกฝนนอกเวลาเรียนด้วย เธอหัดคัดลายมือเพื่อจำพยัญชนะต่างๆ จนสมุดหมดไปเป็นเล่มๆ
นี่แหละค่ะ คือ การเรียนแบบมีเป้าหมาย เมื่อบวกกับความตั้งใจและวินัย ผลลัพธ์ที่ดีก็จะเกิดขึ้น







