
ABBy"เบเกอรี่ เพื่อสุขภาพ"
“กระแสสุขภาพ” ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ต่างหันมาเกาะเทรนด์ดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขนมอบ หรือเบเกอรี่
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“กระแสสุขภาพ” ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ต่างหันมาเกาะเทรนด์ดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขนมอบ หรือเบเกอรี่ ที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบส่วนผสมจากไขมัน เนย น้ำตาล เพื่อเพิ่มรสชาติความหอมหวานมันให้กับขนม แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและดูแลรูปร่างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจขนมอบภายใต้แบรนด์ “แอ็บบี” (ABBy) เห็นโอกาสใหม่ในตลาดเบเกอรี่ไทยที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องเป็นตัวเลข 2 หลักทุกปี
ศุภศิริ ศุภวงษ์ เจ้าของธุรกิจร้านขนมอบ (เบเกอรี่) แบรนด์ ABBy บอกเล่าที่มาธุรกิจที่เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน จากจุดเริ่มต้นทำตลาดกลุ่มอาหารว่างรับประทานเล่นๆ อย่างขนมรังผึ้ง หรือวาฟเฟิลสูตรเฉพาะ ซึ่งได้รับความนิยมในตลาดค่อนข้างมาก แต่ก็มีขาขึ้นและลง จึงต้องพัฒนาเบเกอรี่ประเภทอื่นมาเสริม ประกอบกับในช่วงนั้นได้สูตรขนมบราวนี่แสนอร่อยจากต่างประเทศเมื่อสมัยที่ยังศึกษาเอ็มบีเอในสหรัฐ ที่จุดประกายความคิดให้ สนใจทำธุรกิจเบเกอรี่ในไทยในช่องทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก และรับผลิตตามคำสั่งซื้อจากกลุ่มเพื่อนๆ และคนรู้จัก ก่อนขยายสู่หน้าร้านย่านวัดราชาธิวาส สามเสน ในปัจจุบัน
สำหรับที่มาของแบรนด์ ABBy นั้น มาจากคำว่า American Bakery & Beyond ที่ต้องการสื่อให้เห็นถึงความเหนืออีกระดับของขนมอบสากล เบเกอรี่ที่แตกต่างไปจากสินค้าอื่นประเภทเดียวกันในตลาด โดยชูจุดเด่นของขนมที่เน้นขนาดพอดีรับประทาน ด้วยรสชาติอร่อยจากส่วนผสมขนมแต่ละประเภทที่ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมทั้งหมด ที่สำคัญ คือ รสชาติไม่หวานมากนัก เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักวัยทำงาน หรือกลุ่มทั่วไปอายุเฉลี่ย 2050 ปี
“มีผู้เล่นใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายในธุรกิจเบเกอรี่ ด้วยเป็นกิจการที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก และปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง หากผู้ทำธุรกิจมีฝีมือการทำเบเกอรี่ได้อร่อย ก็สามารถสร้างรายได้เสริมต่อเดือนจากธุรกิจนี้ได้พอสมควร” ศุภศิริ กล่าว
สำหรับเบเกอรี่ของร้านแอ็บบี จะใช้กลุ่มขนม “บราวนี่” เป็นตัวสร้างแบรนด์ ที่ปัจจุบันเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในลำดับต้นๆ นอกนั้นจะเป็นกลุ่มวาฟเฟิล ขนมปังใส่ไส้ชิ้นใหญ่ ขนมเค้ก และเค้กกล้วยหอม ที่ใช้ส่วนผสมหรือวัตถุดิบระดับบนทั้งสิ้น โดยวางราคาจำหน่ายไม่แพงมากนัก อาทิ เค้กกล้วยหอมโรยหน้าเมล็ดอัลมอนด์ขนาดพอดีรับประทาน ราคาชิ้นละ 30 บาท ขนมปังใส่ไส้ราคา 25 บาท เค้กขนาด 2 ปอนด์ อยู่ที่ 450650 บาท เป็นต้น
ศุภศิริ เสริมว่า ช่วงหน้าขายของเบเกอรี่นั้นจะขายได้เรื่อยๆ เพราะธุรกิจกลุ่มนี้อยู่ในหมวดปัจจัย 4 ของมนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวขณะนี้ กลุ่มเบเกอรี่ได้รับผลกระทบไม่มากนักหากมีการปรับตัวด้านผลิตภัณฑ์ เช่น หันมาทำกลุ่มขนมปังเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคในบ้านเรา ที่หันมาบริโภคขนมปังแทนอาหารเช้า หรือรับประทานระหว่างมื้อมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องจากในช่วงเทศกาล วันปีใหม่ หรือวันเกิด ที่มักมีผู้สั่งทำเบเกอรี่หรือเค้กในโอกาสพิเศษดังกล่าว
พร้อมกันนี้ ทางร้านยังได้ขยายไลน์ธุรกิจใหม่ ในกลุ่มสแน็กบ็อกซ์ (Snack Box) เพื่อเข้าไปทำตลาดบริการรับจัดเลี้ยง (แคเทอริ่ง) เช่นกัน ซึ่งทางร้านจะใช้ช่องทางการสื่อสารการทำตลาดร่วมกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก www.facebook.com/ABBY.BAKERY และหน้าร้านที่ย่านสามเสน ขนาด 1 คูหา เพื่อใช้แสดงสินค้าเบเกอรี่ประเภทต่างๆ และติดต่อกับลูกค้าที่เข้ามาสั่งทำและรับเบเกอรี่จากทางร้านอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งครัวกลางหลักในการผลิตเบเกอรี่ด้วย
ปัจจุบันมีกำลังการผลิตกลุ่มขนมปังใส่ไส้ราว 100 ชิ้นต่อวัน กลุ่มขนมบราวนี่ 100 ชิ้นต่อวัน และกลุ่มขนมเค้กกล้วยหอม 100 ชิ้นต่อวัน เช่นกัน
ในอนาคต ทางร้านยังเตรียมแผนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่ม เพื่อสร้างแบรนด์และทำตลาดเบเกอรี่ ABBy ไปยังกลุ่มเป้าหมายคนทำงานย่านใจกลางเมืองด้วย โดยจะกระจายชั้นขายเบเกอรี่ ABBy ไปยังสถานที่ต่างๆ หรือสำนักงาน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ราว 5 จุดต่อเดือน ไปพร้อมกับพัฒนาสินค้าเบเกอรี่แนวสุขภาพใหม่ๆ ออกมาทำตลาดด้วย โดยวางเป้าหมายยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน







