
ธุรกิจเวียดนามแข่งขันยาก
เอกชนแจ้งนายกฯสู้กับตลาดโลกลำบากไซส์กลางเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเร่งแก้กม.
เอกชนแจ้งนายกฯสู้กับตลาดโลกลำบากไซส์กลางเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเร่งแก้กม.
ธุรกิจท้องถิ่นเวียดนามยังเล็กเกินจะแข่งขันในตลาดโลก แถมยังเข็นธุรกิจไซส์กลางไม่ขึ้น
เว็บไซต์ทัญเนียนนิวส์ สำนักข่าวของประเทศเวียดนาม รายงานว่า คณะตัวแทนของธุรกิจท้องถิ่นได้แสดงความคิดเห็นระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรีเหงียนตันดุง แห่งเวียดนาม ว่า ธุรกิจของเวียดนามมีขนาดใหญ่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้าร่วมแข่งขันกับสายการผลิตระดับโลก
วูเตียนล็อค ประธานของหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (วีซีซีไอ) เปิดเผยว่า แม้จะเป็นเวลามากกว่า 30 ปี หลังจากที่มีการเสริมแกร่งเศรษฐกิจ ทว่า เวียดนามยังไม่ได้สามารถพัฒนาบริษัทอุตสาหกรรมชื่อดัง เพื่อเข้าแข่งขันในตลาดโลกได้
นอกจากนี้แล้ว ล็อคได้ระบุชี้ให้เห็นว่า เวียดนามขาดแคลนจำนวนของธุรกิจขนาดกลางที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการจับมือกับบริษัทข้ามชาติ
ทั้งนี้ เวียดนามมีธุรกิจทั้งหมด 5 แสนแห่งในประเทศ โดยบริษัทขนาดใหญ่คิดเป็น 2% จากธุรกิจทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางคิดเป็นสัดส่วน 2% เช่นกัน ด้านของธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งมีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน กลับคิดเป็นสัดส่วนถึง 6667% เลยทีเดียว
จากข้อจำกัดดังกล่าว และสัดส่วนธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ที่มีน้อยเช่นนี้ ทำให้ประธานวีซีซีไอ แสดงความกังวลว่า ธุรกิจในประเทศต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย เพราะเวียดนามกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปีหน้านี้ และยังเซ็นข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) รวมไปถึงลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเมืองลุงโฮก็แสดงความคิดเห็นสอดรับกับความเห็นของล็อคที่เห็นถึงปัญหาของธุรกิจ โดยได้ระบุว่า จำนวนธุรกิจในประเทศยังมีน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทของชาติอื่นๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีปัญหากับการแข่งขันในต่างประเทศ ทว่ายังประสบปัญหากับการแข่งขันในประเทศด้วย ดังนั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวียดนามกำลังมีการทบทวนร่างกฎหมายวิสาหกิจฉบับใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้มีสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจดีขึ้น โดยกฎหมายจะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนธุรกิจ และขยายธุรกิจเพิ่มเติมได้







