
กลยุทธ์ลงทุน พ.ค.
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์กลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือน พ.ค. ยังคงมุมมองว่า คดีการโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจไม่เร็วอย่างที่คาดไว้เดิมภายในเดือน เม.ย.แล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาให้อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงคดีดังกล่าวจากเดิมที่สิ้นสุดลงในวันที่ 18 เม.ย. เป็นวันที่ 2 พ.ค. พร้อมนัดไต่สวนพยานบุคคลทั้งสองฝ่ายในวันที่ 6 พ.ค. ส่งผลให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีขึ้นอย่างเร็วสุดในช่วงวันที่ 79 พ.ค.นี้
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์กลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือน พ.ค. ยังคงมุมมองว่า คดีการโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจไม่เร็วอย่างที่คาดไว้เดิมภายในเดือน เม.ย.แล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาให้อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงคดีดังกล่าวจากเดิมที่สิ้นสุดลงในวันที่ 18 เม.ย. เป็นวันที่ 2 พ.ค. พร้อมนัดไต่สวนพยานบุคคลทั้งสองฝ่ายในวันที่ 6 พ.ค. ส่งผลให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีขึ้นอย่างเร็วสุดในช่วงวันที่ 79 พ.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมองมีความเสี่ยง 2 ประการที่อาจทำให้การเมืองยื้อออกไปได้อีก จาก ประการแรก คำร้องของ 28 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงตามมาตรา 182 วรรค (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่นั้น อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้รัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลงตามมาตรา 180 ไปด้วย เนื่องจากอาจไม่ได้ระบุอยู่ในคำร้องให้วินิจฉัย ส่งผลให้ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามมาตรา 180 กันอีกรอบ ทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น
ประการที่สอง แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่ารัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180 แต่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวายขอให้ในหลวงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากเกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองขึ้น โดยระหว่างนี้จะยังทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งต่อไปก่อน
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดความรุนแรงขึ้น เนื่องจากทั้งฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และฝ่ายคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ต่างนัด ระดมมวลชนครั้งใหญ่ในเดือน พ.ค.นี้ เพราะเป็นเดือนที่คาดว่าจะมีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการชี้มูลความผิดในคดีต่างๆ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งใหม่ภายในเดือนนี้ด้วย
ดังนั้น การเมืองไทยเดือน พ.ค. ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไม่มีข้อยุติอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ต่ออีก 12 เดือนข้างหน้า
บล.ทิสโก้ มองประมาณการตัวเลขอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของตลาดโดยรวม (ผลสำรวจของบลูเบิร์ก) จะถูกปรับลงอีกจากปัจจุบันที่คาดว่าจะโต 3% ในปีนี้ ซึ่งถือว่ายังเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง (เทียบกับที่เราคาดว่าจะโต 2.5%) นอกจากนี้ ภายหลังบริษัทจดทะเบียนประกาศงบไตรมาส 1/2557 เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีแรงขาย เมื่อความจริงปรากฏ และมีโอกาสที่ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะถูกปรับลงมากกว่าปรับขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลงต่อเนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศ
ด้วยช่วงนี้เป็นฤดูกาลประกาศผลประกอบการ จึงให้ความสำคัญในหุ้นที่คาดว่างบไตรมาสแรกจะโดดเด่นเป็นหลัก หุ้นแนะนำในเดือน พ.ค. ทั้งหมดล้วนเป็นหุ้นที่คาดว่างบไตรมาสแรกจะเติบโตสูง แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัวลงก็ตาม
แต่ได้เพิ่มการคัดเลือกหุ้นเฉพาะที่มีกำไรดีต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 อาทิ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) และหุ้นที่ตลาดมีโอกาสปรับประมาณการและมูลค่าเหมาะสมขึ้น อาทิ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA)
หุ้นเด่น สำหรับเดือน พ.ค. คือ AMATA, ANAN, HANA, IVL, SPALI, STPI, TVO ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของดัชนีเดือนนี้อยู่ที่ 1,380 จุด และ 1,42530, 1,440 จุด ตามลำดับ







