posttoday
เพลินใจ กรุ๊ป ปรับใหม่รับมือบิ๊กอสังหาฯ บุกระยอง

เพลินใจ กรุ๊ป ปรับใหม่รับมือบิ๊กอสังหาฯ บุกระยอง

05 พฤษภาคม 2557

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จ.ระยอง เป็นหนึ่งในตลาดต่างจังหวัดที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จ.ระยอง เป็นหนึ่งในตลาดต่างจังหวัดที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ จากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จากส่วนกลาง เนื่องจากระยองเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูง มีแหล่งงานขนาดใหญ่ เพราะถือเป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรม ที่ผู้ที่ทำงานอยู่ภายในนิคมฯ มีตั้งแต่ฝ่ายปฏิบัติงาน ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างประเมินว่าเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันมียักษ์ใหญ่จากส่วนกลางบุกทำตลาดในระยองแล้ว 3 รายด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มควอลิตี้เฮ้าส์ กลุ่มแสนสิริ และกลุ่มศุภาลัย

ปัจจัยดังกล่าวทำให้เจ้าถิ่นอย่างกลุ่มเพลินใจกรุ๊ป ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “หมู่บ้านเพลินใจ” ต้องเร่งปรับตัว โดย ณัฏฐนันท์ คุณาจิระกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพลินใจกรุ๊ป และบริษัท พี.เจ. คอนโดเทล (ระยอง) และในฐานะทายาทของผู้บุกเบิกหมู่บ้านเพลินใจ ระยอง มากว่า 25 ปี กล่าวว่า การเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากรุ่นพ่อ ในยุคที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ จ.ระยอง อย่างหนัก ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เพราะโครงการหมู่บ้านในอดีตกับหมู่บ้านในปัจจุบันมีความแตกต่างกันมาก

“หมู่บ้านในอดีต จะเน้นเรื่องการพัฒนาบ้านอย่างเดียว ไม่มีคู่แข่งมาก แต่หมู่บ้านปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องสร้างบ้าน ต้องมีเรื่องการดูแลหลังการขาย มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน มีเรื่องของแบรนด์ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะหลอมรวมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นยังสู้กับรายใหญ่ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่เข้ามาในตลาดได้ อีกทั้งการเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมานาน ให้บริการได้ต่อเนื่อง ยังเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนซื้อบ้านตัดสินใจเลือก” ณัฏฐนันท์ กล่าว

สำหรับแนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของเพลินใจกรุ๊ป แรกเริ่มจะเป็นบ้านเดี่ยวที่เจาะกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานอยู่ในนิคมฯ เน้นโครงการขนาดใหญ่มากๆ ที่พัฒนาที่อยู่อาศัยแบบต่อเนื่องหลายปี ส่วนปัจจุบันเริ่มพัฒนาโครงการให้เล็กลง มูลค่าโครงการประมาณ 200-300 ล้านบาท ตั้งเป้าปิดการขายทั้งหมดไม่เกิน 3 ปี พร้อมกับกระจายฐานกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น มีทั้งกลุ่มลูกค้าระดับกลางบน เป็นบ้านเดี่ยวราคาประมาณ 34 ล้านบาท และกลุ่มลูกค้าระดับกลางล่าง เป็นทาวน์เฮาส์ ราคาประมาณ 1.6 ล้านบาท อีกทั้งยังมีอาคารพาณิชย์เป็นทางเลือกให้กับกลุ่มเจ้าของกิจการต่างๆ

นอกจากนี้ แนวการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ยังควรผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยกับพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยหากเป็นทำเลที่เหมาะสม ควรมีคอมมูนิตี้มอลล์อยู่ด้านหน้าโครงการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแตกไลน์ธุรกิจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยในโครงการนั้นๆ ด้วย โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มเพลินใจกรุ๊ป ได้ลงทุน 250 ล้านบาท พัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้ชื่อ “ดิ โอโซน ไลฟ์สไตล์ มอลล์” บนพื้นที่ 10.2 ไร่ อยู่ใกล้โครงการหมู่บ้านเพลินใจ

ในอนาคตเพลินใจกรุ๊ป ยังเตรียมแผนพัฒนาโรงแรม 160-200 ห้อง บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ลงทุนประมาณ 400-500 ล้านบาท และยังเตรียมแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ 10 ไร่ ฝั่งตรงข้ามคอมมูนิตี้มอลล์ มีด้วยกัน 4 อาคาร รวมจำนวน 390 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าที่จะมีรายได้ระยะยาวจากธุรกิจโรงแรมและคอมมูนิตี้มอลล์ ประมาณ 10% จากรายได้ทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 90% เป็นรายได้จากการขายที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างขายด้วยกัน 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์ ราคาประมาณ 3.35 ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้ามากถึง 70% เป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานในระยอง และอีก 30% เป็นคนท้องถิ่น

ณัฏฐนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เปรียบทุนส่วนกลางในเรื่องทำเล สามารถหาที่ดินทำเลดี ภายใต้ต้นทุนต่ำได้ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในยุคนี้ นั่นคือ การพัฒนาบ้านให้มีคุณภาพ และดูแลหลังการขายให้ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการที่อยู่อาศัยนั้นๆ และสู้กับคู่แข่งทุกรายที่มีอยู่ในตลาดให้ได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน