
‘ฮาโก้’ตะลุยส่งออกอาเซียน
นำร่องบุก4ประเทศรองรับเปิดเออีซีหันเพิ่มค้าปลีกหนีตลาดอสังหาฯชะลอ
นำร่องบุก4ประเทศรองรับเปิดเออีซีหันเพิ่มค้าปลีกหนีตลาดอสังหาฯชะลอ
ฮาโก้ฯ ลุยส่งออกตลาดอาเซียน หวังโกยยอดขายรวมปีนี้ 600 ล้านบาท โต 10%
นายวรกิตติ์ วาณิชยรรยง ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาโก้ อิเลคทริค (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจสวิตช์และปลั๊กไฟภายใต้แบรนด์ฮาโก้ ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าคนไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มขยายตลาดส่งออกสินค้าไปยังประเทศในแถบอาเซียนมากขึ้น ประเดิมใน 4 ประเทศ ประกอบด้วยกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้ารายได้จากการส่งออกเพิ่ม เป็น 10%
“ตลาดในภูมิภาคอาเซียนหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม รวมทั้ง 4 ประเทศ มีประชากร กว่า 223 ล้านคน หรือคิดเป็น 50% ของประชากรในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในต้นปีนี้ได้มีการเปิดโชว์รูมแล้วในประเทศเวียดนาม ที่เมืองโฮจิมินห์ และได้เริ่มไปโรดโชว์ที่ประเทศลาวแล้ว” นายวรกิตติ์ กล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวม 600 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10% โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ยังเติบโตได้ 5% อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาการเมืองภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าผลกระทบทางการเมืองนั้นอาจจะส่งผลกับการทำตลาดกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเห็นผลกระทบชัดเจนในครึ่งปีหลังของปีนี้ ทำให้บริษัทต้องหันไปเน้นกับการขายปลีก และการขายผ่านศูนย์วัสดุก่อสร้างรูปแบบโมเดิร์นเทรดเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันสัดส่วนการขายปลีกผ่านโมเดิร์นเทรดอยู่ที่ 70% อีก 30% ขายผ่านเข้าโครงการอสังหาริมทรัพย์
นายวรกิตติ์ กล่าวอีกว่า ตลาดสวิตช์และปลั๊กไฟในประเทศไทยนั้นมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องปีละ 10% โดยฮาโก้มีส่วนแบ่งตลาด 10-15% ถือว่าเป็นอันดับ 3 รองจากแบรนด์พานาโซนิค และบิทิชิโน ปัจจุบันตลาดในประเทศนั้นยังมีการแข่งขันเรื่องการ ตัดราคาขาย โดยเฉพาะสินค้านำเข้า จากประเทศจีนและเวียดนาม ขณะที่ตลาดระดับกลางบนนั้นจะแข่งขันทางด้านคุณภาพเป็นหลัก
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า แม้ว่าต้นทุนในการจ้างผลิตจะปรับสูงขึ้น 5% โดยได้หันมาเน้นเรื่องการบริหารต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ว่าจ้างโรงงานในไทยผลิต 2-3 แห่ง และยังมีการจ้างผลิตในต่างประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ และออสเตรีย แต่ยังไม่มีแผนที่จะลงทุนตั้งโรงงานผลิตเอง







