
เปิดใจประธานธอส."ต้องให้ดีที่สุด เพราะเรามีงานเดียว"
ตัวเลข 4.6735 เป็นคะแนนประเมินผลงานของแบงก์ ปี 2556 ที่ประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คนใหม่ จำได้ขึ้นใจ เพราะทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้นั่งเป็นประธาน ธอส. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการประชุมคณะกรรมการนัดแรก อนุมัติจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน ธอส. เป็นจำนวน 7 เดือนทันที เพราะตามระเบียบของกระทรวงการคลังหากได้คะแนนประเมิน 4.5 คะแนน สามารถจ่ายโบนัสให้พนักงานได้ไม่เกิน 7 เดือน
ตัวเลข 4.6735 เป็นคะแนนประเมินผลงานของแบงก์ ปี 2556 ที่ประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คนใหม่ จำได้ขึ้นใจ เพราะทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้นั่งเป็นประธาน ธอส. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการประชุมคณะกรรมการนัดแรก อนุมัติจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน ธอส. เป็นจำนวน 7 เดือนทันที เพราะตามระเบียบของกระทรวงการคลังหากได้คะแนนประเมิน 4.5 คะแนน สามารถจ่ายโบนัสให้พนักงานได้ไม่เกิน 7 เดือน
นอกจากนี้ ประสิทธิ์ ยังได้เดินสายฝากความท้าทายใหม่ให้กับผู้บริหารและพนักงานของ ธอส. ว่าหากปีนี้ทำคะแนนประเมินได้เต็ม 5 คะแนน จะจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน 8 เดือน ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดของการจ่ายโบนัสของรัฐวิสาหกิจ
ประสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ว่าการทำงานให้ได้คะแนนประเมินเต็ม 5 คะแนน เป็นเรื่องยาก ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะสมัยที่นั่งเป็นรองอธิบดีกรมธนารักษ์ เคยเป็นกำลังสำคัญทำให้กรมธนารักษ์ได้คะแนนประเมิน 5 คะแนนเต็มมาแล้ว ซึ่งตัวชี้วัดการประเมินจะมีอยู่ด้วยกัน 19 ตัว ซึ่งได้แจกให้กับผู้บริหารทุกคนเป็นตัวกระตุ้นการทำงาน เพราะไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยการอยู่เฉยๆ
“ผมยอมรับว่าแผนงานที่ตั้งไว้ในการขับเคลื่อน ธอส.เป็นงานยาก ทุกคนต้องทำงานหนักกว่าเดิม มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราต้องทำเรื่องที่อยู่อาศัยให้ดีที่สุด เพราะเรามีงานเดียว เราต้องมีความเชี่ยวชาญที่สุด ระยะเวลาต้องสั้นที่สุด เร็วที่สุด และสามารถตอบสนองลูกค้าให้เร็วที่สุด” ประธาน ธอส.คนใหม่เปิดใจให้สัมภาษณ์เป้าหมายของ ธอส. ในปีนี้
ประสิทธิ์ กล่าวว่า จะเข้ามาเน้นในเรื่องบริหารให้มีประสิทธิภาพ ให้ ธอส.มีการบริหารที่รวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนพึงพอใจ นอกจากนี้การปล่อยสินเชื่อเร็วขึ้นยังทำให้ต้นทุนถูกลง ก็จะทำให้ลูกค้ามีเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมา ธอส.ใช้เวลาพิจารณาปล่อยสินเชื่อ 5 วันถึงจะทราบผล ซึ่งต้องทำให้เร็วกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้วันเดียวทราบผลไปเลยว่าได้หรือไม่ได้ เพราะถ้าไม่ได้ลูกค้าจะได้ไปหากู้ที่ธนาคารอื่น
นอกจากนี้ ธนาคารยังต้องเร่งดำเนินการลดต้นทุนการระดมเงินที่ตอนนี้อยู่ที่ 3% กว่า เมื่อเทียบกับธนาคารออมสินที่มีต้นทุนระดมเงินอยู่ 2% กว่า จะเห็นว่าต้นทุนของ ธอส.ยังสูง ต้องพยายามบริหารต้นทุนให้ได้ต่ำกว่านี้
ทางด้านการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ๆ ได้สั่งให้ฝ่ายบริหารไปคิดมา แต่ต้องรัดกุม ต้องดูเรื่องหนี้เสียที่อาจจะเพิ่มขึ้นหากพิจารณาไม่รอบคอบ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่อาจเป็นอาชีพอิสระที่รายได้ดี เช่น อาชีพทนาย หมอ นักบัญชี แต่ต้องมีระเบียบการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุม มีการตรวจสอบว่ามีรายได้ที่แน่นอน จะได้ไม่เป็นจุดอ่อน เกิดปัญหาในการชำระคืนภายหลังได้
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ ผลการดำเนินงานใน 3 เดือนแรกของปีนี้ ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 2.9 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าอยู่ 4,000 ล้านบาท โดยมีเป้าปล่อยสินเชื่อทั้งปีที่ 1.3 แสนล้านบาท
ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าระดมเงินฝากเพิ่มอีก 3.7 หมื่นล้านบาท จะมีการเน้นไปที่รายย่อยมากขึ้น เพราะรายย่อยเป็นแหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้ยอดเงินฝากรวมในปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 6.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 5.9 แสนล้านบาท และได้ตั้งเป้าในส่วนของกำไรไว้ในปีนี้ที่ 8,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายประธาน ธอส.คนใหม่
สำหรับ ประสิทธิ์ จะดำรงตำแหน่งประธาน ธอส.ไปถึงสิ้นปีนี้ เพราะเป็นการดำรงตำแหน่งประธานต่อจากวาระของประธานคนเก่า แม้ว่าการทำงานจะเหลือแค่ 8 เดือน แต่ประธาน ธอส.คนใหม่บอกว่าไม่เป็นอุปสรรคที่จะผลักดัน ธอส.ไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างท้าทาย คือ ได้คะแนนประเมินผลงานเต็ม 5 คะแนน เป็นแบงก์รัฐแห่งแรกที่ได้คะแนนเต็มในการประเมินผลงาน







