
ผุดสนามบินโลว์คอสต์
มาเลเซียเปิดให้บริการสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำใหญ่ที่สุดในโลก หรือเคแอลไอเอ 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์หลัก และสนามบินใหม่มีมูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ สนามแห่งนี้มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 24 สนาม และใหญ่กว่าสนามบินโลว์คอสต์เดิมประมาณ 4 เท่า
มาเลเซียเปิดให้บริการสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำใหญ่ที่สุดในโลก หรือเคแอลไอเอ 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์หลัก และสนามบินใหม่มีมูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ สนามแห่งนี้มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 24 สนาม และใหญ่กว่าสนามบินโลว์คอสต์เดิมประมาณ 4 เท่า
สำหรับในวันที่ 2 พ.ค. ซึ่งเปิดทำการวันแรก จะมีเที่ยวบินมาใช้บริการประมาณ 56 เที่ยวบิน เป็นของสายการบินมาลินโด แอร์ ของมาเลเซีย เซบู แปซิฟิก แอร์ ของฟิลิปปินส์ ไทเกอร์ แอร์ส ของสิงคโปร์ และไลออน แอร์ ของอินโดนีเซีย ขณะที่สายการบินแอร์ เอเชีย จะเริ่มให้บริการที่สนามบินแห่งนี้ในวันที่ 9 พ.ค. ทั้งนี้ มีการประเมินว่าจะมีผู้ใช้บริการสนามบินเคแอลไอเอ 2 ประมาณ 24 ล้านคน ในช่วง 12 เดือนแรกหลังเปิดให้บริการ โดยสนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 45 ล้านคน
อินโดฯ เล็งปรับภาษีน้ำมันปาล์ม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียกำลังพิจารณาปรับระบบภาษีส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมปลายน้ำ
อินโดนีเซียเริ่มใช้ภาษีส่งออกรายเดือนสำหรับน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2541 เพื่อการันตีซัพพลายท้องถิ่นและพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ทั้งนี้ มีการประเมินว่าอินโดนีเซียจะสามารถผลิตน้ำมันปาล์มดิบ 2830 ล้านตันในปีนี้ และส่งออกประมาณ 21 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม มีการคาดว่าความสามารถการกลั่นน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้น 50% เป็น 45 ล้านตันในปีนี้ ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอยกเว้นการเก็บภาษีผลิตภัณฑ์ปาล์มที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ จะมีการประเมินและพิจารณาโครงสร้างภาษีน้ำมันปาล์มส่งออกใหม่ ซึ่งหากกระบวนการต่างๆ เสร็จเรียบร้อย คาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้อย่างช้าที่สุดในปีหน้า
ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนเวียดนาม
หน่วยงานของเวียดนาม เปิดเผยว่า นับถึงเดือน มี.ค. 2557 ญี่ปุ่นมีโครงการลงทุนในเวียดนามทั้งหมด 2,237 โครงการ เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 1 ของเวียดนาม ซึ่งมีการลงทุนในอุตสาหกรรม 18 ประเภท จากทั้งหมด 21 ประเภท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูป ซึ่งมีทั้งหมด 1,213 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 2.982 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 84.3% ของการลงทุนทั้งหมด ส่วนภาคธุรกิจที่ญี่ปุ่นลงทุนสูง รองลงมาคืออสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง







