posttoday
3เดือนพบอินไซด์4เรื่อง-ปรับ70ล้าน

3เดือนพบอินไซด์4เรื่อง-ปรับ70ล้าน

02 พฤษภาคม 2557

ก.ล.ต. เปิดตั้งโต๊ะซื้อหุ้นเทกฯ 2,783 ล้าน หายครึ่งหนึ่ง อินไซด์ฯ 4 เรื่อง ปรับ 70 ล้าน เกือบทั้งปีก่อน

ก.ล.ต. เปิดตั้งโต๊ะซื้อหุ้นเทกฯ 2,783 ล้าน หายครึ่งหนึ่ง อินไซด์ฯ 4 เรื่อง ปรับ 70 ล้าน เกือบทั้งปีก่อน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงตัวเลขสถิติที่สำคัญในตลาดทุนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) เพื่อครอบงำกิจการ หรือเทกโอเวอร์ มี 4 บริษัท มูลค่าหุ้นที่เสนอซื้อรวม 2,783 ล้านบาท ลดลงจากจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีมูลค่า 6,194 ล้านบาท จากจำนวน 2 บริษัท

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรกปีนี้การเทนเดอร์ออฟเฟอร์มีมูลค่าหุ้นที่เกิดรายการซื้อขายจริง 669 ล้านบาท มากขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายการเกิดขึ้นจริงเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่รวมทั้งปี 2556 มีจำนวน 9 บริษัท มีการตั้งโต๊ะซื้อหุ้นถึงจำนวน 308,922 ล้านบาท เกิดรายการซื้อขายจริง 230,863 ล้านบาท

“ในไตรมาสแรกปีนี้ ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์เพียงต้องการออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่รวมทั้งปี 2556 มี 2 บริษัท ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นจำนวน 466 ล้านบาท เกิดรายการซื้อขายจริง 62 ล้านบาท” สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุ

สำหรับการกระทำที่ไม่เป็นธรรมนั้น พบว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ได้รับร้องเรียนการกระทำอันไม่เป็นธรรม ปั่นหุ้น แพร่ข่าว ใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหลักทรัพย์ (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) จำนวน 4 เรื่อง ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีการร้องเรียนเข้ามา 6 เรื่อง และการประกอบธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตจำนวน 6 เรื่อง ลดลงอย่างมากจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 2-3 เรื่อง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แนะนำการลงทุนจำนวน 3 ราย ลดลงเช่นกันจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีจำนวน 5 เรื่อง

“รวมเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนในไตรมาสแรกปีนี้จำนวน 13 เรื่องเท่านั้น เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 34 เรื่อง และทั้งปี 2556 ที่มีมากถึง 117 เรื่อง”

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกมีจำนวนเรื่องที่ยุติ หรือส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่นรวม 8 เรื่องลดลงเช่นกันจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีจำนวน 33 เรื่อง

การดำเนินคดีอาญานั้นมีจำนวน 53 ข้อหา มากกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 38 ข้อหา และมีจำนวนราย 46 ราย จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 17 ราย และมีมูลค่าการเปรียบเทียบปรับจำนวน 70.29 ล้านบาท เพิ่มมากขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 10.64 ล้านบาท และปรับเกือบเท่ากับทั้งปี 2556 ที่จำนวน 71.56 ล้านบาท

นอกจากนั้น มีการดำเนินการกล่าวโทษจำนวน 7 คดี ลดลงจากปีก่อนซึ่งมีจำนวน 13 คดี และมีจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษ 15 ราย ลดลงจากปีก่อนที่มีการกล่าวโทษจำนวน 25 ราย

ด้านการดำเนินการทางบริหารมีการสั่งพักผู้แนะนำการลงทุนถึง 14 ราย เพิ่มขึ้นจากจำนวน 11 ราย ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กลับไม่มีการเพิกถอนและการภาคทัณฑ์ ส่วนผู้ที่ได้รับความเห็นชอบประเภทอื่น ก็ไม่พบว่ามีการประทำความผิดในไตรมาสแรกปีนี้

สำหรับการขอวงเงินไปลงทุนต่างประเทศนั้น ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2557 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้จัดสรรวงเงินแล้วทั้งสิ้น 32,930 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการนำเงินไปลงทุนจริง 24,951 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 76% ของวงเงินที่ ก.ล.ต. จัดสรรทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พบว่า การลงทุนเป็นการกระจายในหลายประเทศ โดย 5 อันดับแรก ซึ่งคิดเป็น 63% ของเงินทุนที่ออกไป ได้แก่ ฮ่องกง บราซิล ตุรกี มาเก๊า และมอลตา ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเงินฝากและบัตรเงินฝาก 44.5% รองลงมา ได้แก่ ตราสารอื่น 22.8% และหน่วยลงทุน 14%

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล