posttoday
การเมืองบั่นทอนความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีต่ำสุด

การเมืองบั่นทอนความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีต่ำสุด

02 พฤษภาคม 2557

ทีเอ็มบีเผยความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีลดลงต่อเนื่อง ชี้กังวลปัญหาการเมืองมากที่สุด แม้ระดับความกลัวจะลดลงใน 3 เดือนแรก แต่ไตรมาส 2 มีโอกาสที่การเมืองร้อนแรงขึ้น

ทีเอ็มบีเผยความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีลดลงต่อเนื่อง ชี้กังวลปัญหาการเมืองมากที่สุด แม้ระดับความกลัวจะลดลงใน 3 เดือนแรก แต่ไตรมาส 2 มีโอกาสที่การเมืองร้อนแรงขึ้น

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 37.6 จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 40.9 ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการสำรวจเมื่อไตรมาส 3 ปี 2555 เนื่องจากผู้ประกอบการขาดความมั่นใจด้านรายได้ของธุรกิจ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้าลดลงมาอยู่ที่ 51.1 จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 58.4 เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ภาวะของธุรกิจไม่สดใสมากนักและต้นทุนของธุรกิจอาจจะเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายภูมิภาค พบว่า กรุงเทพและปริมณฑล มีระดับความเชื่อมั่นในปัจจุบันและอนาคตลดลงในอัตราสูงกว่าภาคอื่น เนื่องจากได้รับผลกระทบการเมืองโดยตรง ส่วนภาคใต้ ยังคงเป็นภาคที่มีความเชื่อมั่นต่ำที่สุด ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ที่มาจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แต่มีสัญญาณที่ดีในภาคตะวันออก ที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 ไตรมาส เพราะภาคการผลิตและการค้าได้อานิสงส์จากการส่งออกและการท่องเที่ยวฟื้นตัว

สำหรับปัจจัยกังวลที่มีผลต่อธุรกิจเอสเอ็มอีมากที่สุด คือ ปัจจัยการเมือง อยู่ที่ 36% ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่เก็บข้อมูล ซึ่งผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ มีความกังวลมากกว่าจังหวัดอื่น ปัจจัยรองลงมา คือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ 33.4% การจัดการธุรกิจ 11.0% ด้านต้นทุน 10.4% และด้านแรงงาน 4.4% ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการยังอยู่ที่ระดับ 45.2 ต่ำกว่าระดับปกติ 50  ที่สะท้อนว่ามีผลกระทบกับผลประกอบการของธุรกิจแล้ว ส่วนความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 63.2 ลดลงจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี จากการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาพรวม เริ่มกังวลปัญหาการเมืองลดลงเรื่อยๆ จากเดือนมกราคมอยู่ที่ 43.3% เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 39.6% และเหลือ 28.9% ในเดือนมีนาคม โดยผู้ประกอบการเริ่มให้น้ำหนักกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเดือนมกราคมอยู่ที่ 26.4% กุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นเป็น 28.1% และมีนาคมพุ่งสูงขึ้นไปถึง 41.0%

นายเบญจรงค์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีที่น่าเป็นห่วง คือ ภาคการค้า ที่เชื่อมโยงกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ จากไตรมาส 1 การบริโภคหดตัว ทั้งจากสินค้าคงทนและไม่คงทน เช่นเดียวกับตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวรุนแรง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นการลงทุน ส่วนเอสเอ็มอีภาคการผลิตมีสัญญาณดีขึ้นจากการส่งออกฟื้นตัว ขณะที่ ภาคท่องเที่ยว แม้กรุงเทพฯจะได้รับผลกระทบ แต่การท่องเที่ยวตามภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ยังดี

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงไตรมาสแรกจะเหนื่อย แต่ยังไม่พบว่ามีผลกระทบกับตลาดแรงงาน เพราะผู้ประกอบการมองว่าปัจจัยการเมืองจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น จึงยังไม่มีการปลดคนงานออก แต่อาจจะปรับลดเวลาการทำงานลงบ้าง แต่หากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจชะลอยังมีแนวโน้มลากยาว อาจเริ่มเห็นผลกระทบต่อแรงงานเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท