
กรมธรรม์ประกันภัย อนาคต...ไปรษณีย์ไทย!!
ด้วยสาขาที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 1,200 สาขา ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ด้วยสาขาที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 1,200 สาขา ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จึงกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ธุรกิจประกันภัยจะใช้เป็นช่องทางขายที่สำคัญเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และในพื้นที่ที่สาขาหรือตัวแทนของบริษัทประกันยังไปไม่ถึง
สมชาย ธรรมเวช ผู้จัดการฝ่ายตลาดการเงินและค้าปลีก บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยได้ขายประกันวินาศภัยและประกันชีวิตให้กับหลายบริษัท โดยเริ่มจากแบบประกันประเภทไมโครอินชัวรันส์หรือประกันเพื่อรายย่อย ซึ่งมีค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพงก่อน โดยเฉพาะแบบประกันภัย 200 สำหรับรายย่อย หรือประกันภัย 200 ที่เสียค่าเบี้ยปีละ 200 บาท โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าทำเบี้ยผ่านไปรษณีย์ให้ได้ถึง 1 ล้านกรมธรรม์ มีพันธมิตรหลักร่วมอยู่ด้วยกัน 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ทิพยประกันภัย บริษัท วิริยะประกันภัย บริษัท สยามซิตี้ ประกันภัย บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต บริษัท ไทยซัมซุงประกันชีวิต และอยู่ระหว่างหาพันธมิตรเพิ่มเติมอีก 23 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ประกันภัย 200 ขายออกไปได้แค่หลักหมื่นกรมธรรม์เท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่ายของตัวเองลงตามไปด้วย แต่หวังว่าช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์คงดีขึ้นกว่านี้ ส่วนจะได้ตามเป้าหรือไม่นั้นก็คงต้องรอดูอีกระยะหนึ่งก่อน
แต่ในส่วนของไปรษณีย์เองก็เตรียมตัวเข้าสู่ธุรกิจประกันมากขึ้น และจะขอใบอนุญาตเพิ่มเพื่อให้ขายสินค้าประกันได้ทุกประเภท ซึ่งได้เริ่มโดยการให้พนักงาน 300 คน สอบขอใบอนุญาต 2 ใบ เพื่อเป็นตัวแทนทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยแล้ว เพราะตามแผนในปีหน้าก็จะเริ่มธุรกิจประกันเต็มรูปแบบ ด้วยการเสนอขายแบบประกันที่เกี่ยวกับการออมเงินแบบพีเอที่มีมูลค่าสูงๆ รวมถึงแบบประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท
เช่น ปัจจุบันที่เริ่มทดลองขายแบบประกันอัคคีภัยเพื่อรายย่อย เบี้ย 500 บาท คุ้มครอง 5 แสนบาท โดยไม่ต้องดูบ้านก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นบ้านที่ใช้อยู่อาศัยจริงเท่านั้น และรับประกันต่อตัวอาคารเพียงอย่างเดียว ไม่รวมทรัพย์สินอื่น เป็นแบบประกันที่ไม่สลับซับซ้อน คนซื้อก็ง่าย คนขายก็คล่อง ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อประกันแบบนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีประกันอัคคีภัยอยู่แล้ว เพียงแต่ของเดิมมีทุนประกันต่ำ ต้องการซื้อทุนประกันเพิ่มเติม
สมชาย กล่าวว่า เป้าหมายรวมที่ตั้งไว้ว่าปีนี้ต้องทำเบี้ยให้ได้ 100 ล้านบาท คงต้องมีการปรับปรุงกันใหม่ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดด้วย อย่างแบบประกันภัย 200 ก็อยู่ระหว่างหารือกับบริษัทประกันอยู่ ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจมากขึ้น ซึ่งแบบประกันภัย 200 นี้ ไปรษณีย์มองเป็นเรื่องของซีเอสอาร์หรือธุรกิจเพื่อสังคมมากกว่า เพราะค่านายหน้าที่ได้รับก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่มองในแง่ประชาชนแล้วเห็นว่าค่าเบี้ยถูกจริงๆ วันละไม่ถึงบาท แถมยังได้รับความคุ้มครองสูงอีกด้วย
“เรามองว่าถ้าประกันภัย 200 ติดตลาดแล้ว ในอนาคตหากลูกค้ามีรายได้สูงขึ้นก็มาซื้อแบบประกันอื่นเพิ่มเติมอีก ดังนั้น ในช่วงปี 2557-2558 จึงเป็นช่วงสร้างฐานลูกค้าเป็นหลัก และเมื่อถึงปี 2559 ธุรกิจประกันก็จะเป็นตัวสร้างรายได้หลัก เป็น 1 ใน 3 รายได้ที่สำคัญของไปรษณีย์ในอนาคต เพื่อมาทดแทนตลาดสื่อสารและตลาดการเงินที่แข่งขันรุนแรง” สมชาย กล่าว
นี่คงเป็นบทสรุปเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของธุรกิจประกันภัยที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย ให้ความสำคัญเพียงใด







