posttoday
เร่งเกมค้าชายแดนรับเออีซี

เร่งเกมค้าชายแดนรับเออีซี

01 พฤษภาคม 2557

ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมการค้าข้ามชายแดน

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมการค้าข้ามชายแดน และการค้าไตรภาคีระหว่างประเทศที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกันมากขึ้น

นี่เป็นความเห็นของ นิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มองว่าการค้าชายแดนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการไทยที่พึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้า การลงทุนของผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนเชื่อมต่อกับไทยได้ด้วย

“การค้าข้ามชายแดนในรูปแบบไตรภาคีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ในอนาคตจะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว เพราะจะสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศที่สามและสี่ที่มีชายแดนติดกันได้ ไม่ใช่เป็นเพียงการค้าแบบชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนติดกัน”

ขณะเดียวกัน การพัฒนาถนนหนทางเชื่อมต่อกันกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวของไทยและกลุ่มอาเซียนใหม่ 4 ประเทศข้างต้น รวมไปถึงกฎระเบียบและรายละเอียดความร่วมมือกันแต่ละประเทศก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเร่งทำ

เริ่มต้นจากการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่อนคลายกฎระเบียบและข้อบังคับที่เข้มงวดบางอย่างลง เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนทั้งตามแนวชายแดนและการค้าข้ามผ่านแดน เช่น จากมาเลเซียสิงคโปร์ และจากลาวไปยังจีนและเวียดนาม

นิยม ชี้ให้เห็นว่า การค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนแบบไตรภาคีระหว่างประเทศที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกัน ควรจะเป็นหนึ่งในวาระการประชุมที่สำคัญของประเทศ

ปัจจุบัน รัฐบาลหันมาให้น้ำหนักกับการค้าชายแดน โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 จากปัจจุบันอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20%

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ประกอบด้วย 1.อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า โดยการพัฒนาและยกระดับด่านชายแดนให้เป็นด่านถาวร 2.ส่งเสริมการลงทุนในเขตชายแดนที่ยึดโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ในตลาดส่งออกสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป

3.พัฒนาเมืองศูนย์กลางเชื่อมต่อกับประชาคมอาเซียนในทุกภูมิภาค 4.ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้า 5.การพัฒนาคนโดยพัฒนาหลักสูตรเออีซี เพื่อพัฒนาบุคลากร สร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงการใช้สิทธิประโยชน์ การขอการรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และ 6.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ความตกลงอนุภูมิภาค เช่น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดีเจ้าพระยาแม่โขง (ACMECs) และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซียไทย (IMTGT)

ขณะเดียวกัน จังหวัดชายแดนหลายแห่งมียุทธศาสตร์ที่จะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (ฟรีโซน) โดยใช้ อ.แม่สอด เป็นโมเดลต้นแบบ ทว่าเมื่อเจอปัญหาการเมืองจนรัฐบาลอยู่ในภาวะสุญญากาศเช่นนี้ การพิจารณาตัดสินใจเดินหน้าจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดชายแดนอื่นๆ ก็ล่าช้าตามไป

จ.หนองคาย เป็นหนึ่งจังหวัดที่มีแผนยุทธศาสตร์จะผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรองรับการค้าชายแดน รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตอนบน ซึ่งมีพื้นที่ชายแดนติดกับนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว และยังสามารถเชื่อมต่อเข้าไปถึงเวียดนามและจีนตอนใต้ได้

มนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย มองว่า ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจนั้น ไม่ได้ทำให้ จ.หนองคาย เสียโอกาสในการแข่งขัน แต่กลับเป็นข้อดีที่ทำให้มีโอกาสได้ศึกษาถึงข้อดีและข้อเสีย รวมทั้งทบทวนถึงศักยภาพตัวเองในการจะเดินตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้รอบคอบและรอบด้านมากขึ้น และจากการทบทวนตัวเองดูแล้ว คิดว่าการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่อีสานตอนบนหนองคายน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะเมื่อเข้าสู่เออีซี ภาษีการค้า การลงทุนระหว่างกันก็จะเป็นศูนย์อยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท