
ค้าปลีกอุ้มเอสเอ็มอีเข้าห้าง
เพิ่มช่องทางขายกระตุ้นยอดครึ่งปีหลังยังหวังธุรกิจรายย่อยโต23%พ้นวิกฤต
เพิ่มช่องทางขายกระตุ้นยอดครึ่งปีหลังยังหวังธุรกิจรายย่อยโต23%พ้นวิกฤต
หอการค้าผนึก 6 ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ดึงเอสเอ็มอีเข้าห้าง ช่วยดันยอดพ้นวิกฤตครึ่งปีหลังยอดขายเพิ่มในประเทศ ต่างประเทศ ขอพาเอสเอ็มอีไทยพ้นวิกฤต คาดทั้งปีกลุ่มสินค้า หมุนเปลี่ยนเร็ว โต 4% ลดลงจากเดิมคาดโต 5% เจอปัจจัยลบการเมือง เศรษฐกิจแย่
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ เปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ 6 ราย ได้แก่ ห้างค้าส่งแม็คโคร กลุ่มเซ็นทรัลรีเทล เดอะมอลล์ กรุ๊ป เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และเซเว่นอีเลฟเว่น ทำโครงการสนับสนุนสินค้าเอสเอ็มอีเข้าสู่ห้าง เพื่อเพิ่มช่องทางขายในประเทศและต่างประเทศ
“มั่นใจว่าจะทำให้เอสเอ็มอีมียอดขายกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง และทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในปีนี้เติบโตมากกว่า 23% สูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (จีดีพี)” นายปิยะวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกำลังประสบปัญหายอดขายชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว ดังนั้น การทำให้เอสเอ็มอีมีช่องขายสินค้าเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านสาขาของห้างค้าปลีกจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการระยะยาวและรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
นอกจากนี้ ห้างค้าปลีก ยังมีช่องทางทำตลาดผ่านออนไลน์ จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีช่องทางขายหลากหลาย
สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีก กลุ่มสินค้าที่มีการหมุนเปลี่ยนเร็ว (FastMoving Consumer Goods FMCG) ในช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 2% และไตรมาส 2 ขยายตัว 23% ส่วนช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่ามีปัจจัยบวกจากการเมืองที่มีแนวโน้มคลี่คลาย ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโต 57% ทั้งปีคาดว่าจะเติบโต 4%ลดลงจากเดิมคาดว่าจะเติบโต 5% และลดลงจากปี 56 ที่ขยายตัว 6% เพราะยังมีปัจจัยลบ 5 ด้านได้แก่
อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยลบที่ต้องกังวล 1.กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง 2.สถานการณ์การเมืองในประเทศยืดเยื้อ 3.เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ส่งออกลดลง 4.ค่าครองชีพและภาระหนี้ผู้บริโภคสูงขึ้น 5.ต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น ขณะที่และในไตรมาสสอง เกิดปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ทำให้สินค้าเกษตรเสียหายและมีโอกาสที่ราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวสูง กลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคมียอดขายเติบโตแบบถดถอย รวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือยมียอดขายลดลงเช่นเดียวกัน
“ในครึ่งปีหลัง การเมืองมีแนวโน้มคลี่คลายลง จะส่งผลดีให้ผู้บริโภคและภาคเอกชนกลับมาลงทุนอีกครั้ง เพราะขณะนี้ภาคธุรกิจมีความกังวลจากสถานการณ์ในประเทศไทยมาก ทำให้ชะลอลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคถดถอย และภาคเอกชนต่างประเทศ ชะลอการลงทุนในไทย รวมถึงมีแนวโน้มที่นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นจะย้ายฐานการผลิตจากไทยถ้าการเมืองยังไม่ยุติ
ทั้งนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้จัดงานสัมมนาเรื่อง “เอสเอ็มอีพบห้างค้าปลีกและค้าส่ง : ผลิตอย่างไรให้ตรงใจจัดซื้อ” จัดขึ้นวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาพบกับฝ่ายจัดซื้อของห้างค้าปลีกแต่ละห้าง เพื่อแนะนำช่องทางเข้าห้าง การพัฒนาสินค้าให้ตรงกับกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ทั้ง 6 รายที่เข้าร่วมโครงการนี้







