
พณ.ฮึดสู้เวียดนามชิงตลาดข้าวฮ่องกง
พาณิชย์ ล็อบบี้พ่อค้าข้าวฮ่องกงชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากเวียดนาม เร่งขายจีทูจีให้แอฟริกาอิรัก เพิ่มขึ้น
พาณิชย์ ล็อบบี้พ่อค้าข้าวฮ่องกงชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากเวียดนาม เร่งขายจีทูจีให้แอฟริกาอิรัก เพิ่มขึ้น
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปพบปะผู้นำเข้าข้าวไทย 4 รายใหญ่ของฮ่องกง เพื่อเจรจาขายข้าว ซึ่งผู้นำเข้าข้าวของฮ่องกงแสดงความมั่นใจว่า ส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยจะกลับมาได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน หลังจากไทยต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดบางส่วนให้กับประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม เพราะในช่วงที่ผ่านมาราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก จนทำให้ภัตตาคารและร้านอาหารจำนวนมากที่ใช้ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมปทุมธานี ลดต้นทุนด้วยการหันไปซื้อข้าวราคาถูกจากเวียดนามแทน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ผู้นำเข้ามั่นใจว่าส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมปทุมธานีจะกลับมา เพราะขณะนี้ราคาข้าวไทยลดลงมากจากช่วงก่อนหน้า และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ทำให้ภัตตาคารและร้านอาหารหันกลับมาใช้ข้าวไทยเช่นเดิม เนื่องจากคุณภาพข้าวไทยดีกว่าข้าวของคู่แข่งมาก ขณะที่ผู้บริโภคที่เป็นครัวเรือนยังนิยมใช้ข้าวหอมมะลิไทยอยู่เช่นเดิม
“ในส่วนของตลาดผู้บริโภคที่มีสัดส่วน 50-60% ของตลาดรวมทั้งหมดของฮ่องกงไม่ได้หายไป แต่ที่จะต้องเร่งเพิ่มส่วนแบ่งตลาดคืนกลับมาคือร้านอาหาร ภัตตาคาร” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการประมูลขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน ซึ่งไทยไม่ชนะการประมูลนั้น เป็นเพราะคู่แข่งสำคัญคือเวียดนามเสนอราคาขายต่ำกว่าไทยมาก จึงไม่จำเป็นที่ผู้ส่งออกไทยต้องเสนอราคาที่ต่ำกว่าเพื่อให้ชนะการประมูล เพราะจะยิ่งทำให้ราคาข้าวไทยและข้าวในตลาดโลกตกต่ำมากขึ้น
นอกจากนี้ กำลังเจรจาขายข้าวให้กับมาเลเซียปริมาณ 8 แสนตัน ขณะนี้เจรจาไปได้มากกว่า 95% แล้ว เหลืออีกเพียงการต่อรองราคาที่มาเลเซียต้องการราคาต่ำ แต่ไทยต้องการขายตามราคาตลาด คาดว่าการเจรจาจะแล้วเสร็จในอีก 1-2 สัปดาห์นี้
สำหรับการเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) นั้น ขณะนี้มีสัญญาจีทูจีฉบับเดียวกับประเทศจีน 1 ล้านตัน ได้ส่งมอบงวดแรกไปแล้ว 1 แสนตัน แต่เชื่อว่ามีอีกหลายประเทศสนใจจะซื้อข้าวจีทูจีจากไทย โดยเดือน พ.ค.นี้ จะเดินทางไปเจรจาขายข้าวจีทูจีกับประเทศในแอฟริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย รวมถึงตะวันออกกลาง ส่วนอิรักมีการเปิดประมูลข้าวทุกเดือนอยู่แล้ว เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกข้าวไทยไปอิรักได้เพิ่มขึ้นอีกปีละไม่ต่ำกว่า 6 แสนตัน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้ไทยส่งออกข้าวได้แน่ 8-10 ล้านตัน โดยจะระบายข้าวในสต๊อกอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เริ่มระบายข้าวเดือน ต.ค. 2554 จนถึงปัจจุบันได้คืนเงินให้คลังแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท







