
ดีแทคลดเป้าทั้งปี-บิ๊กซีแย่ลงตามคาด
ดีแทคฯ กำไรโต 9% เพิ่มเป้าอัตรากำไร หั่นรายได้ติดดิน ลงทุน 1.3 หมื่นล้าน บิ๊กซีสาขาเดิมติดลบตามคาด
ดีแทคฯ กำไรโต 9% เพิ่มเป้าอัตรากำไร หั่นรายได้ติดดิน ลงทุน 1.3 หมื่นล้าน บิ๊กซีสาขาเดิมติดลบตามคาด
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 3,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277 ล้านบาท หรือ 9.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,027 ล้านบาท
ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดไตรมาสแรกปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 1.42 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,362 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 16 พ.ค. นี้
บริษัทตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2557 ว่า รายได้รวมมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงมาก ซึ่งน่าจะมีการทบทวนประมาณเดิมที่คาดไว้ว่าจะเติบโตประมาณ 35% ส่วนอัตรากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (EBITDA Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 3537% จากประมาณการเดิม 3536% เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องสัมปทานลดลง โดยยังคงงบลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท และนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 80% ของกำไรสุทธิ
ข่าวกำไรและจ่ายเงินปันผลส่งผลให้ราคาหุ้น DTAC ปิดกระชากขึ้นที่ระดับ 124.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 2.89% ด้วยมูลค่าการซื้อขายจำนวน 252 ล้านบาท
ด้านบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) มีกำไรสุทธิ 1,256 ล้านบาท ลดลง 140 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 10% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,396 ล้านบาท
น.ส.รำภา คำหอมรื่น รองประธานฝ่ายบัญชีและการเงิน BIGC กล่าวว่า กำไรที่ลดลง เนื่องจากยอดขายของสาขาเดิมเติบโตติดลบ โดยบริษัทยังคงขยายสาขาต่อเนื่องและเปิดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 2 สาขา ใน จ.กาญจนบุรี และนครพนม และยอดขายสุทธิเติบโต 773 ล้านบาท หรือ 2.7% เป็นจำนวน 29,204 ล้านบาท ก็ตาม
สาขาเดิมของบริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่มั่นคงทางการเมืองและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี ทำให้ยอดขายจากสาขาเดิมเติบโตลดลง 2.1% แต่ดีกว่าไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายจากสาขาเดิมเติบโตลดลงในอัตรา 4.7% และเริ่มเห็นการฟื้นตัวของยอดขายตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557 เป็นต้นมา
“ยอดขายที่น่าพอใจภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังท้าทายอยู่ สะท้อนให้เห็นยุทธศาสตร์ทางการตลาดของบิ๊กซีที่ชาญฉลาด การคงความเป็นผู้นำด้านราคาที่คุ้มค่าและผลักดันแคมเปญการตลาดที่โดดเด่น” น.ส.รำภา กล่าว
สำหรับรายได้ค่าเช่าและค่าบริการสถานที่มีจำนวน 2,269 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 164 ล้านบาท หรือ 7.8%
ในไตรมาสแรกปี 2557 รายได้จากร้านค้าขนาดใหญ่มีจำนวน 28,383 ล้านบาท หรือ 90.7% ของรายได้ทั้งหมดลดลงจากอัตรา 93.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2556 ส่วนรายได้จากร้านค้าขนาดเล็กมีอัตรา 9.3% เพิ่มขึ้นจาก 6.3% หรือเป็นจำนวน 2,921 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1,021 ล้านบาท เป็นผลจากการขยายสาขาอย่างก้าวกระโดดของบิ๊กซีมาร์เก็ตและมินิบิ๊กซี
กำไรขั้นต้นในไตรมาสแรกปี 2557 มีจำนวน 3,888 ล้านบาท ลดลงจำนวน 85 ล้านบาท หรืออัตราติดลบ 2.1% เป็นผลจากยอดขายที่ลดลงจากสถานการณ์ที่ท้าทายและพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคที่จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจำนวน 0.66% จาก 14% เหลือ 13.3% ในไตรมาสแรกปี 2557







