
‘โออิชิ’ชิงเค้กเมินกำไร
คุยแชมป์ตลาดชาเขียวไทยลาวกัมพูชาควงพันธมิตรสยายปีกไปหลายประเทศ
คุยแชมป์ตลาดชาเขียวไทยลาวกัมพูชาควงพันธมิตรสยายปีกไปหลายประเทศ
“โออิชิ” โต้อิชิตัน ยันแชมป์ชาเขียวในไทย แซงหน้าคู่แข่ง 1% ลาวกัมพูชา กวาด 50%ขยายตลาดเพิ่ม
นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) เปิดเผยว่า บริษัท โออิชิ จะอาศัยเครือข่ายของบริษัทพันธมิตรทั้งจากกลุ่มบริษัท เสริมสุข และเอฟแอนด์เอ็น กรุ๊ป ในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในส่วนของตลาดในประเทศจะผลักดันให้มีการเติบโตสูงกว่าการเติบโตกว่าอุตสาหกรรม
ขณะที่ตลาดต่างประเทศบริษัทก็ได้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าโออิชิไปยังประเทศลาวและกัมพูชาแล้ว จนมีส่วนแบ่งการตลาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ของทั้งสองประเทศ หรือประมาณเกือบ 50%
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนรุกตลาดวางสินค้าไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และพม่า
อย่างไรก็ดี ภายในเดือน ต.ค.นี้ บริษัทจะมีการเพิ่มสายการผลิตที่ 3 หรือเพิ่มกำลังการผลิตอีกเดือนละ 18 ล้านชิ้น จากปัจจุบันดำเนินการผลิต 60 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือใช้กำลังการผลิต 60% ของกำลังการผลิตรวม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรองรับกับแผนที่ต้องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของโออิชิมีผู้ถือหุ้นรายย่อยได้แสดงความกังวลต่ออัตรากำไรสุทธิของบริษัทที่เห็นอัตราการลดลงมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2554 ที่ทำได้ 8% ปี 2555 เหลือ 5.6% และปี 2556 ลดลงเหลือเพียง 3.7%
ในประเด็นนี้ นายมารุต ชี้แจงว่า เป็นเพราะที่ผ่านมาธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียวมีการแข่งขันในอัตราที่สูง ขณะที่บริษัทเองพยายามที่จะรักษาส่วนแบ่งการตลาด แต่จากนี้ไปบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นด้วยการลดต้นทุนการผลิตและจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งทำให้เชื่อว่าจะสามารถมีอัตราการทำกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา
“ในปี 2556 บริษัทสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจชาเขียวสูงถึง 35% ซึ่งมากกว่าคู่แข่งในตลาดประมาณ 1% จากมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท” นายมารุต กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจทางด้านอาหารบริษัทจะเน้นการเปิดสาขาแบรนด์ชาบูชิ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่สร้างกำไรสูงสุดให้กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจอาหารตลอดมา โดยสิ้นปี 2556 บริษัทมีสาขาทั้งหมด 193 สาขา จากแบรนด์อาหารทั้งหมด 9 แบรนด์ และปี 2557 คาดจะเปิดสาขาได้อีก 45 สาขา และปัจจุบันมีสาขาธุรกิจอาหารแล้วทั้งหมด 205 สาขา
ด้าน นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะรองประธานกรรมการของโออิชิ ได้กล่าวเสริมว่า ในส่วนของเครื่องดื่ม ณ ขณะนี้บริษัทจะให้ความสำคัญในการรักษาส่วนแบ่งตลาดภายใต้สถานการณ์มีคู่แข่งเข้ามาเพิ่ม และยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบต่อการทำกำไรบ้าง แต่ก็เชื่อว่ากลยุทธ์ในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในระดับสูงจะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) กล่าวว่า บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดชาเขียวพร้อมดื่มสูงสุดในประเทศไทยและไตรมาสแรกปี 2557 บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาด 43% เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ 42% สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ ICHI แต่บริษัทไม่เน้นการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดแต่เน้นที่กำไร โดยจะลดต้นทุนต่างๆ เพื่อให้มีอัตรากำไรสุทธิมากกว่าปีก่อนที่ 14%







