posttoday
จิตใจต้องดูแล

จิตใจต้องดูแล

30 เมษายน 2557

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อาการเจ็บป่วยทางกายต่างๆ ที่ทำให้พนักงานต้องมีอันหยุดงาน หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างแล้วว่า ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวม ทว่า สำหรับอาการเจ็บป่วยทางใจ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อของ “ปัญหาสุขภาพจิต” กลับไม่ค่อยเป็นที่ตระหนักว่าเป็นปัญหาในที่ทำงาน หรือมีการเปิดเผยกันสักเท่าไร โดยหลายๆ คนมองว่า เป็นเรื่องน่าอาย และยังมีรายงานระบุว่า 90% ของพนักงานคิดว่า เมื่อบอกเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าออกไป อาจจะกระทบกับความก้าวหน้าทางการงานได้

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อาการเจ็บป่วยทางกายต่างๆ ที่ทำให้พนักงานต้องมีอันหยุดงาน หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างแล้วว่า ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวม ทว่า สำหรับอาการเจ็บป่วยทางใจ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อของ “ปัญหาสุขภาพจิต” กลับไม่ค่อยเป็นที่ตระหนักว่าเป็นปัญหาในที่ทำงาน หรือมีการเปิดเผยกันสักเท่าไร โดยหลายๆ คนมองว่า เป็นเรื่องน่าอาย และยังมีรายงานระบุว่า 90% ของพนักงานคิดว่า เมื่อบอกเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าออกไป อาจจะกระทบกับความก้าวหน้าทางการงานได้

ยืนยันได้จากผลสำรวจจากจากเคพีเอ็มจี บริษัทตรวจสอบบัญชีหนึ่งใน 4 แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า ลูกจ้างส่วนใหญ่เลือกที่จะโกหกกับผู้ว่าจ้างในการหยุดงาน ระหว่างที่มีอาการเจ็บป่วยทางใจ มากกว่าจะยอมรับว่าเป็นมีปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่ออ้างอิงจากผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขในไทย ระบุว่า คนไทยมีปัญหาสุขภาพจิตมากถึง 13 ล้านคน และมีแนวโน้มขึ้นไปอีก ขณะที่ในสหราชอาณาจักร ปัญหาสุขภาพจิตได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากถึง 2.6 หมื่นล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว (ราว 1.43 ล้านล้านบาท) ดังนั้นแล้ว การเจ็บป่วยทางใจไม่ว่าจะในกลุ่มลูกจ้างหรือผู้ประกอบการจึงไม่ควรเป็นสิ่งที่มองข้ามอย่างยิ่ง

นิค บาเบอร์ ประธานของทีมให้บริการคำปรึกษาทางด้านการเงินของเคพีเอ็มจี ซึ่งประสบกับภาวะซึมเศร้า ระบุว่า เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเปิดกว้าง การให้การสนับสนุนในสถานที่ทำงานให้ไม่มีความรู้สึกในทางที่ไม่ดีต่อเพื่อนร่วมงานที่มีอาการเจ็บป่วย

“เป็นความจริงที่ว่า แต่ละคนต้องใช้พลังงานมากมายมหาศาล ในการแสร้งทำเป็นในสิ่งที่ไม่ได้เป็น ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเจ็บป่วยทางกาย หรือใจ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะส่งผลต่อผลิตภาพและประสิทธิภาพการทำงานอย่างแน่นอน” บาเบอร์ กล่าว

บาเบอร์จึงแนะนำว่า นายจ้างควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้พนักงานคนดังกล่าวได้ทำงานด้วยความเป็นตัวของตัวเอง โดยผู้นำธุรกิจในระดับอาวุโสที่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน ก็อาจให้คำแนะนำ หรือเล่าเรื่องราวส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของลูกจ้างได้

คำกล่าวดังกล่าวสอดคล้องไปในทางเดียวกับสตีเฟน ฟรอสท์ หัวหน้างานบริหารความหลากหลายและหลอมรวมของเคพีเอ็มจี ที่ระบุว่า ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จในหน้าที่การงาน และลูกจ้างควรจะได้รับรู้ว่า จะไม่เจออุปสรรคใดๆ ถ้าออกมายอมรับว่ามีปัญหาทางด้านสุขภาพจิต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท