posttoday
CKตุนกระสุนไว้ลุย

CKตุนกระสุนไว้ลุย

30 เมษายน 2557

ลดปันผลจ่ายเป็นหุ้นเก็บเงินรอลงทุนช.การช่างรอรัฐบาลใหม่ได้3-4ปี

ลดปันผลจ่ายเป็นหุ้นเก็บเงินรอลงทุนช.การช่างรอรัฐบาลใหม่ได้3-4ปี

ช.การช่าง ตามรอยค่ายแลนด์ฯ แจกปันผลต่ำ ให้เป็นหุ้นแทน เตรียมเงินสดไว้ลงทุน เพิ่มวงเงินออกหุ้นกู้

นายวรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลในรูปเงินสดลงเหลือสัดส่วน 23% ของกำไรสุทธิงวดปี 2556 หรือคิดเป็นเงิน 0.42 บาท/หุ้น โดยต่ำกว่านโยบายที่ประกาศว่าจะจ่ายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ เนื่องจากต้องการกันเงินสดไว้รองรับโครงการลงทุนในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมีการให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในรูปหุ้นปันผลด้วย ในอัตรา 40 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ รวมมูลค่าไม่เกิน 41.31 ล้านบาท หรือเท่ากับหุ้นละ 0.025 บาท ซึ่งหากคำนวณราคาหุ้นที่ 18 บาท ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 46%

นายวรพจน์ กล่าวว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 29 เม.ย. 2557 อนุมัติให้บริษัทขยายวงเงินในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท จากวงเงินเดิม 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมรองรับโอกาสในการขยายการลงทุน รวมถึงชำระคืนหนี้หุ้นกู้ชุดเดิมที่จะทยอยครบอายุปีละประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท จากพอร์ตหุ้นกู้รวมสิ้นปี 2556 ที่มูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น บริษัทยังมีศักยภาพและความสามารถในการก่อหนี้ได้เพิ่ม หลังจากในปี 2556 ได้ขายเงินลงทุนบางส่วนทำให้มีกำไรพิเศษ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ยังอยู่ในระดับต่ำที่เพียง 1.7 เท่า จากนโยบายที่วางไว้ไม่เกิน 2 เท่า

อย่างไรก็ดี ในช่วง 12 ปี ยืนยันว่ายังไม่มีแผนในการขายหุ้นของบริษัทที่มีการลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 1530% ใน 4 บริษัทเพิ่มเติม เนื่องจากทั้งหมดเป็นธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีนโยบายการลงทุนในระยะยาว ทั้งบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ซึ่งทั้งสองแห่งดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี ขณะที่บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) เริ่มจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ CK ประเมินงานก่อสร้างทั้งปี 2557 ว่าจะมีมูลค่าลดลงจากภาวะปกติที่มีประมาณ 56 แสนล้านบาทต่อปี คาดว่ามีโอกาสที่จะลดลงถึง 70% หรือมีมูลค่าต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถอนุมัติโครงการลงทุนได้ รวมถึงเอกชนชะลอการลงทุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อบริษัท แม้จะไม่ได้งานประมูลใหม่เข้ามาในช่วง 34 ปีข้างหน้าก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือมูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้น 810% ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วง 3-4 ข้างหน้านี้ และยังรอลงนามในสัญญารับงานอีกมูลค่าประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจน เฟส 2 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่น้ำบาก ประเทศลาว

ในปีนี้ยังมีงานที่รอเข้าประมูลใหม่มากกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะชนะในสัดส่วน 20% ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม โครงการรถไฟทางคู่ และโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 รวมทั้งยังมีโครงการในอนาคตเข้าประมูลอีกมูลค่ารวมกว่า 2.3 แสนล้านบาท อาทิ สายสีชมพู สีส้ม สีเหลือง โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนงานภาครัฐและเอกชนเท่ากันที่ 50% และงานในประเทศและต่างประเทศเท่ากันเช่นกันที่ 50% ในอนาคตจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะตามสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัทจ่ายปันผลลดลงเหลือประมาณ 62% ของกำไรสุทธิในปี 2556 จากปีก่อนจ่ายประมาณ 80% เพื่อเตรียมตัวตั้งรับภาวะการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน และในปีก่อนได้ใช้เงินลงทุนไปมาก ผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้อีก 2 หมื่นล้านบาท จากวงเงินเดิม 2 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง