
3 กลยุทธ์สู้ศึกเออีซี
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เออีซี” หรือการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากขึ้น เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดอย่างเป็นทางการในปี 2558 ที่สำคัญยังจุดกระแสให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่าการเข้าร่วมเออีซีจะช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กได้จริงหรือไม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เออีซี” หรือการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากขึ้น เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดอย่างเป็นทางการในปี 2558 ที่สำคัญยังจุดกระแสให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่าการเข้าร่วมเออีซีจะช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กได้จริงหรือไม่
นีลเส็น บริษัทผู้ให้บริการด้านการนำเสนอข้อมูลการวิจัยตลาด และผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนอุตสาหกรรมบริการในสหรัฐ จึงได้แนะ 3 กลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในการเตรียมความพร้อมก่อน เพื่อให้ธุรกิจสามารถลุยเออีซีได้อย่างเข้มแข็ง
1.คว้าโอกาส หมดเวลาที่จะตีโพยตีพายรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะสิ่งที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกคือการวางหมาก กำหนดกรอบการทำงานและกรอบเวลาในการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าจะไม่มีการชี้แนะจากภาครัฐก็ตาม โดยธุรกิจรายย่อยสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ทบทวนกระบวนการดำเนินธุรกิจ ขยายระบบข่าวกรองทางการตลาด และคาดการณ์สภาวะตลาดเพื่อเป็นแนวทางในการลงทุน และทิศทางกลยุทธ์
2.เพิ่มประสิทธิภาพและกำไร เนื่องจากการเข้าเออีซีนั้นหมายความว่าแต่ละชาติจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเพื่อนสมาชิกอีก 9 ชาติ ดังนั้นแล้วธุรกิจควรจะเตรียมพร้อมรับมือ โดยเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างทางด้านราคาในแต่ละประเทศ นอกจากนี้แล้ว ธุรกิจยังควรที่จะหาวิธีเพื่อให้ได้ประโยชน์จากกฎระเบียบที่แตกต่าง การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศ เพื่อลดต้นทุนด้านการผลิตและการขนส่งอีกด้วย
3.ปกป้อง และคุ้มกัน นีลเส็น ระบุว่า ธุรกิจควรสร้างแผนรองรับถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคาม หรือว่าโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งการเตรียมแผนเพื่อรับมือถึงสถานการณ์ในอนาคตจะเป็นอาวุธชั้นดีของธุรกิจเลยก็ว่าได้ เพราะแผนดังกล่าวจะสะท้อนถึงความยืดหยุ่น และการปรับตัวของธุรกิจในสภาวะต่างๆ







