posttoday
หมากล้อม...กลยุทธ์แห่งชัยชนะ

หมากล้อม...กลยุทธ์แห่งชัยชนะ

29 เมษายน 2557

หมากล้อม...กลยุทธ์แห่งชัยชนะในช่วงที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของสหรัฐได้พยายามศึกษาบทเรียนว่า ทำไมนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา สหรัฐไม่เคยชนะสงครามอย่างชัดเจน โดยสงครามเกาหลีเสมอกัน สงครามเวียดนามแพ้ยับเยิน สงครามอิรักครั้งแรกชนะแบบฉาบฉวย ส่วนครั้งที่ 2 แม้ทหารสหรัฐตายไป 4,500 นาย น่าจะตีความว่าแพ้มากกว่าชนะ ส่วนสงครามอัฟกานิสถานที่ปัจจุบันยังไม่จบ เสียชีวิตไปแล้ว 2,200 นาย แต่ยังไม่เห็นชัยชนะ

หมากล้อม...กลยุทธ์แห่งชัยชนะในช่วงที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของสหรัฐได้พยายามศึกษาบทเรียนว่า ทำไมนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา สหรัฐไม่เคยชนะสงครามอย่างชัดเจน โดยสงครามเกาหลีเสมอกัน สงครามเวียดนามแพ้ยับเยิน สงครามอิรักครั้งแรกชนะแบบฉาบฉวย ส่วนครั้งที่ 2 แม้ทหารสหรัฐตายไป 4,500 นาย น่าจะตีความว่าแพ้มากกว่าชนะ ส่วนสงครามอัฟกานิสถานที่ปัจจุบันยังไม่จบ เสียชีวิตไปแล้ว 2,200 นาย แต่ยังไม่เห็นชัยชนะ

การศึกษากรณีสงครามเวียดนาม ทำให้เรียนรู้ข้อผิดพลาดสำคัญ คือ กองทัพสหรัฐภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลเวสต์มอร์แลนด์ ดำเนินกลยุทธ์ตามเกมหมากรุก ซึ่งการเอาชนะ คือ เน้นทำลายล้างข้าศึกโดยเฉพาะขุน ขณะที่กองทัพเวียดนามเหนือเล่นในเกมหมากล้อม หรือโกะ ซึ่งสลับซับซ้อนมากกว่า กลยุทธ์เอาชนะ คือ การขยายอาณาเขต ดังนั้นจะเน้นปลุกระดมเพื่อสร้างฐานมวลชนในชนบทตามยุทธศาสตร์แบบป่าล้อมเมือง ตามลัทธิการทหาร “ทหารเหมือนปลา ประชาชนเหมือนน้ำ” อันนำไปสู่ชัยชนะอย่างยั่งยืน ส่วนการฆ่าฟันข้าศึกเป็นเพียงแค่ยุทธวิธีหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นเป้าหมายในตัวเอง

ความจริงแล้วสงครามเวียดนามไม่น่าจะเกิดขึ้น โดยเมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้เมื่อเดือน ส.ค. 2488 จักรพรรดิบ๋าวได่ ได้สละราชสมบัติ ต่อมาโฮจิมินห์ได้ประกาศอิสรภาพ โดยรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม และได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีทรูแมนของสหรัฐ เพื่อขอให้รับรองรัฐบาลใหม่ของตนเอง เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ ซึ่งเคยร่วมมือกับโฮจิมินห์ต่อต้านญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสนอให้รับรองรัฐบาลโฮจิมินห์ ด้วยเหตุผลว่าแม้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลหุ่นของโซเวียต ยิ่งไปกว่านั้นยังมีศักยภาพสูงที่จะเป็นพันธมิตรของสหรัฐในอนาคต แต่สหรัฐกลับสนับสนุนฝรั่งเศสให้กลับมายึดครองเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง

แม้หลังจากฝรั่งเศสพ่ายแพ้ ได้เจรจาทำสนธิสัญญาเจนีวา เมื่อเดือน ก.ค. 2497 มีผลให้เวียดนามได้รับเอกราช และกำหนดเลือกตั้งทั่วไปเพื่อรวมประเทศอย่างสันติวิธีในช่วงต้นปี 2499 ซึ่งคาดว่าฝ่ายโฮจิมินห์จะชนะ อย่างถล่มทลายแน่นอน แต่สหรัฐกลับสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้ให้ปฏิเสธการเลือกตั้ง อ้างว่าไม่อยู่ภายใต้ข้อผูกมัดของสนธิสัญญาฉบับนี้ อันนำไปสู่สงครามเวียดนามภาค 2 ทำให้ทหารสหรัฐมากถึง 5.8 หมื่นนาย ต้องสังเวยชีวิตในเวียดนาม ส่วนทหารไทยซึ่งช่วยสหรัฐรบในเวียดนาม เสียชีวิต 539 นาย

สหรัฐส่งกองทัพกว่า 5 แสนนาย ไปรบที่เวียดนาม เน้นสงครามแบบเผชิญหน้า กำหนดตัวชี้วัด หรือ KPI ต้องฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยได้ประกาศอย่างภาคภูมิใจถึงผลสำเร็จว่าอัตราการสูญเสียของเวียดนามเหนือสูญเสียมากถึง 10 นาย ต่อสหรัฐสูญเสียเพียง 1 นาย

ขณะที่ฝ่ายเวียดนามเหนือพลิกแพลงโดยทุกหนทุกแห่งเป็นแนวรบหมดตามรูปแบบสงครามกองโจร ตามตำราพิชัยสงครามซุนวู กล่าวไว้ว่า “ขุนพลผู้เชี่ยวชาญจะพลิกแพลงแผนการอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด” ทำให้ทหารสหรัฐสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ว่ารบกับใครกันแน่ ชาวบ้านส่วนใหญ่สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม เมื่อสหรัฐสูญเสียทหารหลายหมื่นนาย ได้ทำลายขวัญและกำลังใจ ทำให้มติมหาชนสหรัฐที่เดิมเคยสนับสนุนสงครามลดต่ำลงเรื่อยๆ กลายเป็นกระแสต่อต้านสงคราม อันนำไปสู่การถอนทัพออกจากเวียดนามในที่สุด

ปัจจุบันอิหร่านและซีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่รัฐบาลสหรัฐต้องการไปทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ ได้จับจุดอ่อนสหรัฐได้ สามารถเอาชนะโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ด้วยการโน้มน้าวมติมหาชนของสหรัฐให้ต่อต้านสงครามเป็นผลสำเร็จ โดยชี้ให้เห็นว่าสงครามกับ 2 ประเทศ ไม่ได้เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐ แต่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ให้เงินสนับสนุนจำนวนมากแก่นักการเมืองสหรัฐ และเท่ากับสนับสนุนขบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะห์

สำหรับไทยในปัจจุบันถนัดแต่เล่นหมากรุก น่าไปเรียนรู้ศึกษาการเล่นหมากล้อมกันบ้าง โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญ คือ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารของเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งกล่าวถึงเคล็ดลับการนำปรัชญาของหมากล้อมมาใช้ในการบริหารธุรกิจจนเซเว่นอีเลฟเว่นเจริญรุ่งเรืองว่า “จะต้องไม่คิดร้ายคู่ต่อสู้ จะไม่ใช้ทรัพยากรไปทำลายฝ่ายตรงข้าม ตรงกันข้ามจะนำมาใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง เพื่อให้นำหน้าทิ้งห่างคู่แข่งไปให้ไกลที่สุด”

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์