posttoday
นำทัพธุรกิจพม่าหาโอกาสเชื่อมท่องเที่ยว

นำทัพธุรกิจพม่าหาโอกาสเชื่อมท่องเที่ยว

28 เมษายน 2557

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

หนึ่งในธุรกิจที่กำลังดีวันดีคืนในพม่าคือ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้นำผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวไทยกว่า 120 คนไปสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว พบปะผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมรับฟังข้อมูลและโอกาสธุรกิจจากคนไทยที่คลุกคลีอยู่ในประเทศดาวรุ่งนี้

พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ฉายภาพโอกาสของธุรกิจการท่องเที่ยวว่า การเข้ามาของต่างชาติที่เริ่มจากกลุ่มที่มาหาลู่ทางการลงทุนผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของพม่าเติบโตแบบก้าวกระโดด จากที่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 2 แสนคน เพิ่มมาเป็น 1.8 ล้านคนในปีที่ผ่านมา แต่พม่าก็ยังขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน โรงแรม ซึ่งกลายเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ

แม้อาจขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง แต่พม่าก็มีสินค้าการท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งวัด วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น โดยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากที่ยังไม่เปิดสู่สายตานักท่องเที่ยว อีกทั้งมีบางแห่งที่อยู่ระหว่างการขอขึ้นเป็นมรดกโลก ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น เกาะฮาปาลี ที่หากพม่าพัฒนาและเปิดให้ท่องเที่ยวได้เต็มที่แล้ว เชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต และพังงาของประเทศไทย

“ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ต้องรู้ว่าไทยอยู่จุดไหน โดยเฉพาะหากพม่าสามารถผลักดันให้หลายเมืองเป็นมรดกโลกได้ จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวมรดกโลกในอาเซียนแน่นอน”

นอกจากนี้ ปัจจุบันชาวพม่ามีฐานะดีขึ้น และมีกำลังซื้อมากขึ้น ทำให้ต้องการออกไปเที่ยวต่างประเทศ และมีจำนวนมากที่ต้องการไปเที่ยวเมืองไทย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจ ต้องคิดว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของชาวพม่าได้บ้าง เช่น ด้านการแพทย์ การเสริมความงาม และการศึกษา เป็นต้น

พิษณุ แนะนำว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่สนใจตลาดพม่า ควรปรับทัศนคติใหม่ว่า พม่าไม่ใช่ประเทศของคนยากจน แต่มีกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอยู่จำนวนมาก ต้องทำความเข้าใจตลาดเพื่อให้รู้ศักยภาพและวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ถูกต้อง และหากต้องการข้อมูลเพิ่มสามารถขอคำปรึกษาจากสถานทูตไทยได้

“การมีพันธมิตรท้องถิ่นช่วยให้การทำธุรกิจมีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะจะรู้กฎหมายและสิทธิการลงทุนต่างๆ การสร้างคอนเนกชั่นต้องเริ่มจากเข้าไปหาความรู้และทำความรู้จักกับพม่า”

ด้าน หม่อง หม่อง ชเว รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยว เมียนมาร์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวของพม่าถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งจำนวนห้องพักและเที่ยวบินตรง แต่ขณะนี้มีการพัฒนาขึ้นมาก โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงเข้าพม่า 25 สายการบิน ไม่ได้พึ่งพิงเที่ยวบินจากประเทศไทยอย่างเดียวเหมือนในอดีต

ส่วนของโรงแรมยังต้องการเพิ่มอีก จากปัจจุบันมีโรงแรมเพียง 1,000 แห่ง ห้องพัก 2.8 หมื่นห้องทั่วประเทศ ซึ่งกรุงย่างกุ้งมีห้องพักเพียง 3,000 ห้อง ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม 45 ดาว ที่รัฐบาลพม่าส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยถือหุ้นได้ 100% แต่ขนาด 34 ดาวต้องร่วมลงทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น

ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมแอตต้า กล่าวว่า การท่องเที่ยวพม่ามีศักยภาพการเติบโตสูงมาก สามารถพัฒนาขึ้นไปแข่งขันกับไทยได้ หากปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกภายใน 510 ปี

หากมองศักยภาพของผู้ประกอบการไทย เห็นว่าการลงทุนด้านการนำเที่ยวทำได้เร็วที่สุด เพราะจดทะเบียนง่ายและหาผู้ร่วมทุนง่าย แต่ต้องเข้าใจตลาดและสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวไทยให้ได้ เพื่อจะได้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท