posttoday
เกินหรือขาด

เกินหรือขาด

28 เมษายน 2557

อีกไม่กี่วันก็จะถึง “วันแรงงานแห่งชาติ” แล้วนะคะ ซึ่งก่อนวันดังกล่าว ก็มีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่น่าเครียดพอควร

อีกไม่กี่วันก็จะถึง “วันแรงงานแห่งชาติ” แล้วนะคะ ซึ่งก่อนวันดังกล่าว ก็มีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่น่าเครียดพอควร

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,200 คน พบว่า แรงงานไทยที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1.5 หมื่นบาท มีสัดส่วนมากถึง 93.7% มีหนี้ โดยกลุ่มนี้มีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละประมาณ 1.06 แสนบาท มีภาระต้องจ่ายหนี้เฉลี่ยเดือนละ 6,639 บาท

ผลสำรวจยังบอกอีกด้วยค่ะว่า ตอนนี้แรงงานกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว สินค้าราคาแพง และปัญหาการเมือง และเห็นว่าโอกาสการหางานใหม่ยากขึ้น ไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนงาน ทั้งๆ ที่รายได้ตอนนี้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย

ส่วนฝั่งธุรกิจก็บอกว่ายังไม่มีการจ้างแรงงานใหม่ แต่ยังไม่ถึงขั้นปรับลดแรงงาน แต่หากการเมืองยังไม่มีเสถียรภาพ และเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องลดแรงงานในเดือน ก.ย.ต.ค.นี้ ซึ่งหากเป็นแบบนั้น คาดว่าจะมีคนตกงานประมาณ 6 แสนคน หรือมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 02%

ที่สำคัญก็คือปีนี้จะมีแรงงานออกสู่ตลาดรวม 57 แสนคน ซึ่งเป็นแรงงานระดับปริญญาตรีประมาณ 23 แสนคน ดังนั้นก็น่าเป็นห่วงว่าเด็กจบใหม่จะหางานยากขึ้น

เห็นข้อมูลแบบนี้แล้ว ทั้งคนที่อยู่ในโลกของการทำงานแล้ว และคนที่กำลังพยายามหาช่องทางเข้าสู่ตลาด ก็คงต้องกุมขมับกันบ้างว่าในภาวะแบบนี้ จะวางอนาคตอย่างไรดี

แม้ว่าหลายคนอาจมีโอกาสตกงาน หรือต้องวิจัยฝุ่นไปอีกพักใหญ่ แต่ก็ต้องไม่ลืมนะคะว่า จริงๆ แล้วประเทศไทยของเรายังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่เหมือนกัน โดยอเด็คโก้ บริษัทจัดหางานรายใหญ่ ประเมินค่ะว่า ปีนี้ ไทยยังขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถสูง แรงงานที่มีทักษะ หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับบริหาร

ขณะที่ข้อมูลในปี 2556 ระบุว่า สายงานที่มีการจ้างงานและหาคนมากที่สุดในตลาดติดอันดับ 15 คือ สายงานวิศวกรรม งานขาย บัญชี ธุรกิจ และไอที

ดังนั้น ต้องขีดเส้นใต้กันหลายเส้นค่ะว่า จริงๆ แล้วประเทศของเรายังมีโอกาสงานอีกเยอะค่ะ เพียงแต่ปัญหาใหญ่และเรื้อรัง แถมยังแก้ไม่ได้สักทีก็คือ การผลิตคนไม่ตอบโจทย์ตลาดงานต่างหาก

ดูเมืองไทยแล้ว ก็อดจะมองไปที่เพื่อนบ้านไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะประเทศพม่า ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้วยความตั้งใจของคนระดับผู้นำในประเทศเอง และความช่วยเหลือจากนานาประเทศ

โดยล่าสุด พม่ามีแผนจะเปิดสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพแห่งใหม่ในไตรมาสแรกของปีหน้าค่ะ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสิงคโปร์ ใช้หลักสูตรของสิงคโปร์ สถาบันนี้จะเน้นการเตรียมนักเรียนเพื่อออกไปทำงานในอุตสาหกรรมดาวรุ่งของประเทศ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ภาคบริการ และการท่องเที่ยว

ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นคนในระดับปฏิบัติการ เช่น คนดูแลระบบลิฟต์ เครื่องปรับอากาศ ตลอดจนถึงบุคลากรในโรงแรม เช่น พนักงานต้อนรับ คนดูแลห้องพัก และพนักงานในครัว เพื่อตอบรับกับธุรกิจโรงแรมที่กำลังเติบโต

หลังใช้เวลาเรียนประมาณ 34 เดือนในสถาบัน คนที่เรียนจบจะได้ประกาศนียบัตรรับรองทักษะความสามารถที่ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งทางการพม่าก็หวังว่า นอกจากทำให้คนรุ่นใหม่มีทักษะการทำงานจริงแล้ว จะช่วยลดอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่สูงถึง 15% ได้ด้วย

เห็นพม่าแล้ว ต้องบอก “มุมมอง” ต่างๆ ไม่ได้ต่างจากไทยหรอกค่ะ แต่อาจต่างกันมากเรื่อง “การปฏิบัติ”

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง