
พาณิชย์ดิ้นสู้กดซื้อข้าวไทย
ขายมาเลย์8แสนตันต้องได้ราคาตลาดเกษตรเล็งลดพื้นที่ทำนา27ล้านไร่
ขายมาเลย์8แสนตันต้องได้ราคาตลาดเกษตรเล็งลดพื้นที่ทำนา27ล้านไร่
มาเลเซียกดราคาซื้อข้าวไทย 8 แสนตัน เสนอราคาต่ำเพียง 380 เหรียญสหรัฐต่อตัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าไทยและมาเลเซียจะได้ข้อสรุปการเจรจาซื้อขายข้าวขาว 5% จากที่ก่อนหน้านี้มาเลเซียเสนอซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยในปริมาณ 8 แสนตัน แต่มาเลเซียเสนอราคาซื้อข้าวเพียง 380 เหรียญสหรัฐต่อตัน (ราคาเอฟโอบี) เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด ไทยจึงอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกับมาเลเซียเพื่อให้มีการซื้อขายข้าวในราคาตลาด เพราะข้าวที่ขายล็อตนี้เป็นข้าวใหม่ โดยล่าสุดราคาข้าวขาว 5% ส่งออก (เอฟโอบี) อยู่ที่ 394 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นอกจากนี้ ในเดือน มิ.ย.นี้ กรมการค้าต่างประเทศจะทบทวนเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้ใหม่ จากปัจจุบันกำหนดไว้ 8.5 ล้านตัน โดยคาดว่าจะปรับเป้าเป็น 9 ล้านตัน โดยราคาเฉลี่ยข้าวทุกชนิดทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวนึ่งอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจะทำให้มูลค่าส่งออกข้าวอยู่ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
“ประเทศผู้ซื้อหลายรายมีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น เช่น ฟิลิปปินส์ ปีนี้คาดจะนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านตัน จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.4 ล้านตัน ส่วนจีนจะยังคงนำเข้ามากที่สุดในโลก 3.2 ล้านตัน และไนจีเรียนำเข้า 3 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณสต๊อกข้าวโลกปีการผลิต 2556/2557 ลดลงเหลือ 111.2 ล้านตัน จากเมื่อเดือน มี.ค. ที่ประเมินว่าสต๊อกจะอยู่ที่ 111.7 ล้านตัน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปีนี้ไทยมีโอกาสส่งออกข้าวได้ 8.59 ล้านตัน เพราะราคาข้าวไทยเริ่มลดลงตามตลาดโลก หลังจากที่รัฐบาลไม่มีนโยบายรับจำนำข้าว ประกอบกับไทยมีแผนระบายข้าวมากขึ้น ทำให้คู่แข่งต้องทำการลดราคาลงเพื่อรักษาตลาดไว้ ในขณะที่ไทยยังคงเดินหน้าขายข้าวในทุกตลาดที่เคยขายได้
นายไพฑูรย์ อุไรรงค์ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า สต๊อกข้าวของรัฐบาลที่สูงเกินกว่า 10 ล้านตันข้าวสาร ประกอบกับผลผลิตข้าวไทยแต่ละปีที่มีปริมาณ 20 ล้านตัน คาดว่าน่าจะทำให้ราคาข้าวไทยมีแนวโน้มราคาต่ำต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
ด้าน นายชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว ระบุว่า กรมเตรียมเดินหน้าผลักดันนโยบายบริหารจัดการพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ (โซนนิ่ง) โดยพบว่าพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ 71.2 ล้านไร่ อยู่ในเขตเหมาะสมทางวิชาการ 43.82 ล้านไร่ ส่วนที่เหลือ 27.38 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม ซึ่งจะมีการปรับให้ไปปลูกพืชอื่นที่เหมาะสม







