posttoday
หุ้นไทยจะไปไหนต่อ

หุ้นไทยจะไปไหนต่อ

28 เมษายน 2557

ตลาดหุ้นไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 5 เดือนเศษที่ 1,423 จุด ก่อนถอยลงมาปิดที่ 1,408 จุด ผมมองว่า เป็นการปรับฐานย่อยหลังวิ่งขึ้นมายาว ภาพใหญ่ยังอยู่ในกรอบแกว่งขึ้น จนกว่าจะหลุดแนวรับใหญ่ที่ 1,380 จุด แนะปล่อยให้กำไรลอยตามตลาด และขยับจุดหยุดกำไร/ขาดทุนตามขึ้นไป

ตลาดหุ้นไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 5 เดือนเศษที่ 1,423 จุด ก่อนถอยลงมาปิดที่ 1,408 จุด ผมมองว่า เป็นการปรับฐานย่อยหลังวิ่งขึ้นมายาว ภาพใหญ่ยังอยู่ในกรอบแกว่งขึ้น จนกว่าจะหลุดแนวรับใหญ่ที่ 1,380 จุด แนะปล่อยให้กำไรลอยตามตลาด และขยับจุดหยุดกำไร/ขาดทุนตามขึ้นไป

หากเทียบกับจุดที่เฟดส่งสัญญาณจะลด QE เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2556 ตลาดหุ้นไทยถูกตลาดหุ้นหลักๆ อย่างสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น ทิ้งไปไกลถึง 20% 13% และ 8% ตามลำดับ

หากเทียบกับกลุ่ม TIP เราก็ยังตามอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ 9% และ 5% ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเพราะการเมืองในประเทศที่ฉุดเศรษฐกิจและกำไรของ บจ.ส่วนใหญ่ให้ย่ำแย่ไปตามๆ กัน

น่าสังเกตว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม TIP ทั้งๆ ที่การเมืองไทยยังคงไร้เสถียรภาพ เพียงแต่ SET ให้ผลตอบแทนด้อยกว่า

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่จึงยังคงมีต่อตลาดหุ้นไทย ผ่านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่วกกลับเข้ามาในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หนุนโดย

ประการแรก มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ประการที่ 2 ตลาดบรรเทากังวลผลกระทบจากการลด QE ขณะที่มีความคาดหวังมากขึ้นที่จะเห็นธนาคารกลางยูโรและญี่ปุ่นผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการลด QE ของเฟด

ประการที่ 3 Valuation ของตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังถูกเมื่อเทียบกับของตลาดหุ้นหลัก

ดัชนี MSCI Asia Pacific เทรดกันอยู่ที่ พี/อี 12.7 เท่า ของประมาณกำไรปี 2557 ของเราอยู่ที่ 14 เท่า เทียบกับ 16 เท่า สำหรับดัชนี S&P 500 และ 15 เท่า สำหรับดัชนีหุ้นยุโรป 600 ส่วนดัชนีแนสแด็กเทรดกันกว่า 30 เท่า

ล่าสุด ดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นหลักๆ ขยับเข้าใกล้จุดสูงสุดในรอบหลายๆ ปีอีกแล้ว แม้กำไรของบริษัทราว 75% ของ S&P 500 จะออกมาดีเกินคาด แต่เริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่า ราคาหุ้นวิ่งเร็วไป จนนำหน้าผลประกอบการไปหลายช่วงตัว

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในยูเครนตึงเครียดหนัก สหรัฐและอียูขู่แซงก์ชั่นรัสเซียเพิ่มเติม หลังกล่าวหารัสเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง 4 ฝ่าย ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่ จึงเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ช่วงนี้จึงต้องติดตามวิกฤตยูเครนว่าจะส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายมากน้อยแค่ไหน

ในส่วนของการเมืองบ้านเรา สถานการณ์งวดเข้ามาทุกขณะ ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะวินิจฉัยคดีสำคัญในไม่อีกกี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่มีกระแสข่าวการเจรจาระดับสูงถี่ขึ้น ด้าน กกต.และรัฐบาลจะหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

สถานการณ์การเมืองจึงมีโอกาสพลิกผันสูง ผมยังเชื่อลึกๆ ว่า จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว และไล่กวดตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน

การปรับฐานย่อยจึงเป็นโอกาสทยอยซื้อหุ้นคืน แต่เผื่อเหลือเผื่อขาด หากหลุดแนวรับใหญ่ที่ 1,380 จุด ต้องตัดขาดทุน การหลุดแนวรับนี้ต้องมีปัจจัยแรงๆ พลิกผันในทางร้าย

ในส่วนของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินจะทยอยรายงานงบไตรมาสแรกก่อนเส้นตายกลางเดือน พ.ค. รวมถึงแนวโน้มธุรกิจที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวัง

อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับรู้ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจไทยชะลอไปค่อนข้างเยอะแล้ว นักวิเคราะห์ทยอยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจและกำไรของ บจ.ใน 56 เดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าความคาดหวังถูกปรับลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ต่ำแล้ว

ในสัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นน่าจะแกว่งในกรอบ 1,3901,426 จุด หาจังหวะเก็บ AOT, BTS, CPALL, DTAC, INTUCH, JAS, BCH, PTTGC, TUF, THCOM, SAMART, SPCG, KBS เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท