
บจ.ขายเงินลงทุน
ปตท.สผ.ยอมรับหาจังหวะเหมาะทำกำไรCPFหากุนซือระบายหุ้นCCP
ปตท.สผ.ยอมรับหาจังหวะเหมาะทำกำไรCPFหากุนซือระบายหุ้นCCP
บจ.พาเหรดขายเงินลงทุนหากกำไรดี โอกาสมานำเงินต่อยอดธุรกิจต่อเนื่อง
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการเงินและบัญชีองค์กร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายชัดเจนที่จะประเมินผลของการลงทุนในโครงการต่างๆ ว่าได้ผลประโยชน์และมีความเสี่ยงอย่างไร รวมถึงสัดส่วนการถือหุ้นมีความเหมาะสมหรือไม่ บางครั้งการถือหุ้นสูงเกินไปก็ทำให้เกิดความเสี่ยงมากเช่นกัน หากขายออกไป ส่วนใหญ่จะเหลือสัดส่วนประมาณ 40-50%
“เราดูทุกโครงการไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโครงการมอนทาราเท่านั้น ถ้าหากมีโอกาสและได้รับผลตอบแทนที่ดีก็พร้อมที่จะขายออกไปและนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนในโครงการอื่นๆ ได้อีก” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
การซื้อขายในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นยุทธศาสตร์ของบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตและสำรวจปิโตรเลียมทั่วไป
น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวว่า PTTEP ยังมีนโยบายที่จะออกไปลงทุนและซื้อกิจการเพิ่มต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายหลักที่จะมีกำลังผลิตต่อวันประมาณกว่า 6 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ หากพิจารณาจากโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ยังขาดอยู่อีก 1.52 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมัน โดยขณะนี้กำลังผลิตประมาณกว่า 2.5 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ มาจากในประเทศไทยกว่า 1.5 แสนบาร์เรล มาจากพม่าประมาณ 1.5 แสนบาร์เรล มาจากแอลจีเรียและแคนาดา
“การออกไปซื้อโครงการเพื่อลงทุนเราให้ความสำคัญเรื่องวินัยทางการเงินอย่างเข้มแข็ง ซึ่งมีนโยบายชัดเจนสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต้องไม่เกิน 0.5 เท่า ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 0.34 เท่า ซึ่งเหลือช่องไว้หากมีโครงการที่น่าสนใจและมีความจำเป็นก็จะสามารถกู้เงินได้ทันที” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาว่าจะออกหุ้นกู้หรือกู้ตรง แม้ว่าดอกเบี้ยบาทในประเทศจะต่ำกว่าตลาดต่างประเทศ แต่การที่บริษัทมีพอร์ตทั้งหมดเป็นเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อออกเป็นบาทจะต้องสวอปเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งอัตราค่าสวอปจะแพงกว่าการกู้ตรง จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบว่าวิธีไหนจะดีที่สุดต่อต้นทุนการเงินของบริษัท
ทั้งนี้ ในปีนี้จะมีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปีหน้าอีก 700 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้านผลงานไตรมาสแรกปีนี้ คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวจากไตรมาส 4 ปีก่อน แต่จะลดลงหากเทียบกับไตรมาสช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลและราคาน้ำมันไม่ได้ผันผวน
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) อยู่ระหว่างการเจรจาหาที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อขายหุ้นของบริษัท C.P.Pokphand (CPP) ไปส่วนหนึ่ง จากปัจจุบันที่ถืออยู่ทั้งหมด 74% เนื่องจาก CPF ต้องการลดต้นทุนทางการเงินลง และให้สอดคล้องกับนโยบายลดอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ให้ต่ำกว่า 1 เท่า จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1.2 เท่า โดยทั้งหมดคาดว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 2558
ก่อนหน้านี้ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่ามีนโยบายทยอยขายหุ้นที่ลงทุนถืออยู่ในเครือทั้งหมด ถ้าได้ราคาดีมีกำไร หรือหากถือแล้วไม่ช่วยให้กำไรของบริษัทที่ถือโตได้ เช่น การเจรจาขายหุ้น บริษัท แอล เอชไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) เพราะไม่สามารถสนับสนุนธุรกิจให้เป็นธนาคารขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทยได้ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า







