
ควอลิตี้เฮ้าส์พลิกขายบ้านต่ำกว่า3ล. แตกบริษัทลูกดูแลผุด7โครงการปีนี้
โพสต์ทูเดย์
— ควอลิตี้ เฮ้าส์ ขยับจับบ้านราคาต่ำ 3 ล้านบาท ประเดิมปีแรก 7 โครงการมูลค่า 7,000 ล้านบาทนายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัด การบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ได้ก่อตั้งบริษัทลูกชื่อ เดอะ คอนฟิเด้นซ์ ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิต ในรูปแบบทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม เพื่อเจาะชุมชนที่อยู่ในย่านชานเมือง
เนื่องจากพบว่าตลาดบ้านระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิต ยังมี ความต้องการสูง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหม่ หรือคนเริ่มต้นทำงาน โดยจะใช้แบรนด์
“เดอะทรัสต์” ทั้งการพัฒนาโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมทั้งนี้ ที่สำคัญโครงการทั้งหมดต้องผ่านการขออนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และการอนุญาตการก่อสร้างจากหน่วยงานราชการแล้วจึงจะเปิดขายใบจอง จากนั้นแล้วจึงทยอยก่อสร้างตามงวดงาน ต่างจากอดีตที่ต้องก่อสร้างเสร็จแล้วจึงเปิดขาย
ในปีแรกคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากโครงการเดอะทรัสต์ 200 ล้านบาท ปีนี้จะเริ่มพัฒนา 7 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการเดอะทรัสต์ ราชพฤกษ์รัตนาธิเบศร์, เดอะ ทรัสต์ ทาวน์ วงแหวนลำลูกกา, เดอะทรัสต์วิลล์ วัชรพลหทัยราษฎร์, เดอะทรัสต์ ซิตี้ งามวงศ์วาน 25, เดอะทรัสต์ เรสซิเด้นซ์ งามวงศ์วาน 25, เดอะทรัสต์ เรสซิเด้นซ์ นวลจันทร์ และเดอะทรัสต์ เรสซิเด้นซ์ ปิ่นเกล้า
นอกจากนี้ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ และบริษัท คาซ่า วิลล์ มีแผนจะเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม 14 โครงการ มูลค่ารวม 1.7 หมื่นล้านบาท โดยใช้งบซื้อที่ดินไปแล้ว 2,000 ล้านบาท จากงบซื้อที่ดินรวมทั้งปี 6,000 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 30% ภายใต้สถานการณ์ที่ความรุนแรงทางการเมืองจบลง
ทางการเมืองที่รุนแรงจะต้องจบ โดย สัดส่วนรายได้ของควอลิตี้เฮ้าส์จะมาจาก 3 ส่วนคือ ควอลิตี้เฮ้าส์ 40% บริษัท คาซ่า วิลล์ 40% และ บริษัท เดอะคอนฟิเด้นซ์ 20% ส่วนผลกระทบจากปัญหาการชุมนุมทางด้านการเมืองได้ส่งผลต่อ ยอดการเข้าพักเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ ที่มีอยู่จำนวน 1,900 กว่ายูนิต กระจายอยู่หลายทำเลกลางเมือง มีอัตราการเข้าพักหลายแห่งลดเพียง 5556% จากปกติอัตราการเช่าพักจะอยู่ที่ 80%







