
บลจ.ใหญ่แข่งดูดเงิน
ไทยพาณิชย์ส่งกองหุ้นกู้7ปีจ่าย4%
‘กสิกรไทย’ขาย4กอง1.1หมื่นล้านโพสต์ทูเดย์
— บลจ.ลูกธนาคารใหญ่ดูดเงินไม่หยุด “ไทยพาณิชย์” ขายกองทุนหุ้นกู้เอกชน 7 ปี “กสิกรไทย” ส่ง 4 กองทุนตราสารหนี้ในนอก ระดม 1.1 หมื่นล้านนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 7Y1M (SCB Fixed Income 7Y1M) อายุประมาณ 7 ปี 1 เดือน มูลค่า 4,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชนชั้นดี ระหว่างวันที่ 1824 พ.ค.นี้ เปิดจองครั้งเดียว ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
สำหรับนโยบายของกองทุนนี้จะนำไปลงทุนในหุ้นกู้เอกชนคุณภาพชั้นดี อาทิ บริษัท ปตท. (PTT) ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA จากฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) มีอันดับความน่าเชื่อถือ A จากทริส เรทติ้ง บริษัท แสนสิริ (SIRI) อันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ จากทริส เรทติ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) อันดับความน่าเชื่อถือ AA จากฟิทช์ เรทติ้งส์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 4% ต่อปี โดยบริษัทจะจ่ายผลตอบแทนทุกๆ 3 เดือน
“
การออกตราสารหนี้ระยะยาวถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และยังให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องกับนักลงทุน ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งยังไม่ต้องเสียภาษี จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนได้ระยะยาว” นางโชติกา กล่าวนอกจากนี้ ช่วงเวลาเดียวกันบริษัทได้เปิดขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 6M59 อายุ 6 เดือน มูลค่า 1,000 ล้านบาท ผลตอบแทนประมาณ 1.00%
ด้าน น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ทั้งไทยและต่างประเทศแบบกำหนดอายุโครงการอีก 4 กองทุน มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน จี (KFI6MG) ขนาด 3,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยและเงินฝากธนาคาร Doha Bank ประเทศกาตาร์ เสนอขาย 1925 พ.ค. 2553 คาดรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 1.30% ต่อปี
กลุ่มกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี จำนวน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี บีคิว (KKG1YBQ) ระยะเวลาลงทุน 1 ปี ขนาดกองทุน 3,000 ล้านบาท ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 1.65% ต่อปี และกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 17 เดือน เอฟ (KKG17MF) อายุ 1 ปี 5 เดือน ขนาดกองทุน 2,000 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี 5 เดือน คาดผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายที่ 2.00% ต่อปี
นอกจากนี้ เปิดขายกองทุนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 3 เดือน โดยขายพร้อมกองทุนเกาหลีวันที่ 1824 พ.ค. 2553 ประมาณการอัตราผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 1.10% ต่อปีโดยกองทุนจะลงทุนส่วนใหญ่ในพันธบัตรรัฐบาลไทยและส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากธนาคาร Doha Bank ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศกาตาร์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และรัฐบาลกาต้าร์ถือหุ้น 5% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวในระดับสูงจาก Moody
’s, S&P และ FITCH ที่ A2 / A / A ตามลำดับ มีผลประกอบการที่ดีและมีเงินทุนสำรองในระดับสูงเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนด้านกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลีที่จะเสนอขายในวันที่ 1824 พ.ค.2553 ประกอบด้วยกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี บีคิว (KKG1YBQ) ขนาดกองทุนกองทุน 3,000 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 1.65% ต่อปี และเพื่อตอบรับความต้องการลงทุนแบบล็อคผลตอบแทนระยะยาว บริษัทเปิดขายกองทุนที่มีระยะเวลาลงทุนมากกว่า 1 ปี คือ กองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 17 เดือน เอฟ (KKG17MF) ขนาดกองทุน 2,000 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี 5 เดือน คาดการณ์อัตราผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายที่ 2.00% ต่อปี ทั้งนี้ ทั้ง 2 กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
“การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือนเมษายนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเกาหลีใต้ยังเพิ่มขึ้นถึง 6.54 พันล้านดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ขณะเดียวกันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารยังคงอยู่ในระดับสูง และประการสำคัญคือ ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าพันธบัตรรัฐบาลในประเทศที่มีอายุเท่ากัน โดยที่ผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาไม่ต้องรับภาระเรื่องภาษีจากผลตอบแทนจากกองทุนอีกด้วย” น.ส.ยุพาวดีกล่าวน.ส.ยุพาวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกองทุนพันธบัตรเกาหลีทั้ง 2 กองทุนข้างต้นแล้ว เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการทางเลือกลงทุนกับตราสารในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการฝากเงิน ในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทจะเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ในประเทศขนาดกองทุน 3,000 ล้านบาท อีก 1 กองทุน คือ
กองทุนเปิดเค พันธบัตร 3 เดือน เอช (KGB3MH) โดยกองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย







