
สอท.ตั้ง ศูนย์ OS OS ความหวังเล็กๆ ช่วยท่องเที่ยว
ภาพการยิงปะทะกันระหว่างทหาร และประชาชน ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยต้องประสบปัญหาที่ว่ากันว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นทำให้หลายต่อหลายประเทศประกาศห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย
ที่สำคัญ รัฐบาลยังไม่สามารถ
“เอื้อมมือ” เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ เพราะภารกิจทางการเมืองนั้นก็เหลือบ่ากว่าแรงของรัฐบาลแล้วอย่างไรก็ตาม ในส่วนของเอกชนด้านท่องเที่ยว ไม่สามารถนิ่งดูดาย รอให้ธุรกิจต้องเฉาตายได้ โดยในวันที่18 พ.ค. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. จะประกาศตั้งศูนย์ประสานงานและเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2551
ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจะมีลักษณะเดียวกับ วันสต็อบ วันสตาร์ต หรือ OS OS ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางประสานงานให้ความช่วยเหลือทุกภาคส่วนระหว่างเอกชนและรัฐบาล รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลความเคลื่อนไหวในส่วนต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาตรการให้ความช่วยเหลือ
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดเป็นแกนกลางความช่วยเหลือภาคเอกชน มีเพียงศูนย์ให้ความช่วยเหลือและเยียวยานักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าศูนย์นี้จะเปิดให้บริการได้ภายในวันที่ 19 พ.ค.นี้ และคาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนนับจากเหตุการณ์ความวุ่นวายยุติลง
“
ปีนี้ผมเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างดีที่สุดจะเหลือเพียงแค่ 14 ล้านคน ส่วนแย่สุดจะเหลือแค่ 12.4 ล้านคน”ขณะที่นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) คาดการณ์ว่าในปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเหลือประมาณ 10 ล้านคนเท่านั้น เพราะขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของธุรกิจท่องเที่ยวไทย เห็นได้จากขณะนี้ไม่มียอดจองของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเลย และเชื่อว่าในช่วงฤดูท่องเที่ยวในปลายปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของที่ควรจะเป็น
“
ตอนนี้ตัวเลขทางท่องเที่ยวตกหมดทุกตัว อย่างอัตราเข้าพักตามจังหวัดต่างๆ ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น เชียงใหม่ อัตราเข้าพักเหลือเพียงเลขหลักเดียวแล้ว ส่วนกระบี่อยู่ที่ 10% กว่าๆ ภูเก็ต 20% กว่าๆ ซึ่งตามปกติต้องอยู่ที่ 5060%”นายเจริญ บอกว่า อยากให้เหตุการณ์นี้ยุติโดยเร็ว เพื่อที่หลังจากนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งทำตลาด ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยโดยเร็ว และเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อที่จะฟื้นประเทศไทยให้ได้







