posttoday
ทุนไทยยังลุยอาเซียนน้อย

ทุนไทยยังลุยอาเซียนน้อย

26 เมษายน 2557

เทียบสิงคโปร์/มาเลย์ที่ดิ้นหาตลาดใหญ่กว่า แนะบุกโรงแรม-โรงพยาบาล-อาหาร

เทียบสิงคโปร์/มาเลย์ที่ดิ้นหาตลาดใหญ่กว่า แนะบุกโรงแรม-โรงพยาบาล-อาหาร

อินเตอร์แบรนด์ ชี้ธุรกิจไทยแผ่วบุกอาเซียน เร่งดัน 3 กลุ่มลุยใช้ดิจิทัลปั้นยี่ห้อ

นายจูเลียน บาร์รานซ์ กรรมการผู้บริหาร บริษัท อินเตอร์แบรนด์ (สิงคโปร์) ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และพัฒนาแบรนด์ เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจของประเทศไทยสู่ตลาดอาเซียนยังมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซีย จัดว่าเป็นประเทศที่ขยายธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้านโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้ เนื่องจากข้อจำกัดประชากรที่มีน้อย จึงต้องสร้างการเติบโตจากตลาดต่างประเทศแทน

ทั้งนี้ ไทยต้องเร่งปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรมีไม่มากนักเพียง 72 ล้านคน และผลจากการเมืองไทยที่ยืดเยื้อ กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตเพียง 3.8% อีกทั้งไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการบริโภคภายในประเทศจะลดลง ซึ่งไทยต้องนำธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและโดดเด่น 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการโรงแรม โรงพยาบาล 2.ธุรกิจอาหาร และ 3.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว บุกตลาดอาเซียน

สำหรับการเปิดตลาดอาเซียน สินค้าไทยควรเริ่มต้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา เพราะวัฒนธรรมการบริโภคสินค้ามีความคล้าย คลึงกัน และตลาดยังไม่มีความซับซ้อนมากนักเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ขณะเดียวกัน ต้องพิจารณาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น เวียดนาม มีอัตราการเติบโต 5.4% อินโดนีเซีย 5.8% และฟิลิปปินส์ 7.2%

“ประเทศที่มีศักยภาพที่ทุกคนต้องการเข้าไปเปิดตลาด คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพราะประชากรมาก อัตราการเติบโตบริโภคภายในประเทศขยายตัว ซึ่งการ บุกตลาดอาเซียน ไทยต้องใช้ภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง โรงแรม โรงพยาบาล อาหาร นำร่องสร้างแบรนด์คนไทยก่อน หากนำสินค้าเทคโนโลยีไปแข่งขัน ไม่มีผู้บริโภครู้จักแน่นอน” บาร์รานซ์ กล่าว

ขณะที่กลยุทธ์สร้างแบรนด์ไทย ต้อง ใช้ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเป็นหัวหอกที่สำคัญ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือการสื่อสารเข้าถึงได้รวดเร็วทุกที่ทุกเวลาและต้องดึงความโดดเด่นของแบรนด์ ควบคู่กับการพิจารณาว่าผู้บริโภคในแต่ละประเทศมีความต้องการสินค้าไทยอย่างไร เพื่อทำให้สินค้าตอบสนองความต้องการที่แท้จริง นอกจากนี้ยังดูสภาพการแข่งขันของตลาด

บาร์รานซ์ กล่าวว่า ปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าผู้บริโภคเปลี่ยนไป คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรและแบรนด์ ในสัดส่วนถึง 55% มากกว่าการซื้อเพราะคุณสมบัติสินค้า มีสัดส่วนเพียง 45% สำหรับความโดดเด่นภาคธุรกิจแต่ละประเทศพบว่า มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ขยายธุรกิจสถาบันการเงินและธุรกิจสายการบินไปหลายประเทศ

นอกจากนี้ ในส่วนอินโดนีเซียการเปิดตลาดต่างประเทศน้อยมาก เพราะให้ความสำคัญกับตลาดการขยายธุรกิจภายในประเทศมากกว่า ขณะเดียวกันฟิลิปปินส์ เริ่มนำฟาสต์ฟู้ดส์ภายใต้แบรดน์จอลลี่ บี เปิดตลาดสิงคโปร์ และจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค 6 ประเทศ อาทิ จีน อเมริกา แคนาดา เป็นต้น พบว่า ผู้บริโภคคนจีน มีความคาดหวังต่อสินค้าน้อยเมื่อได้ใช้สินค้า เทียบกับอเมริกามีความคาดหวังสูง สะท้อนว่าผู้บริโภคเอเชีย ยังมีพฤติกรรมที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69