
JASโกยกำไร3หมื่นล้าน
ยันกองทุนเกิดครึ่งปีแรกจ่อปันผลสูง ลูกค้าใหม่เพิ่มคาดทั้งปี2.3แสนราย
ยันกองทุนเกิดครึ่งปีแรกจ่อปันผลสูง ลูกค้าใหม่เพิ่มคาดทั้งปี2.3แสนราย
JAS หวังขายสินทรัพย์เข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานทันครึ่งปีแรก แจงกำไรพิเศษ 3 หมื่นล้าน จ่อปันผล
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2557 ว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ขนาด 7 หมื่นล้านบาท ได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ถ้าไม่เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมาแทรกอีก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อย่างไรก็ดี มองว่ากำไรพิเศษที่บริษัทจะได้รับจากกองทุนฯ เหมือนที่หลายฝ่ายได้ประเมินไว้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้กำไรมากกว่ารับครั้งเดียว แต่จะใช้เวลากี่ปีหรือเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณากับผู้ตรวจสอบบัญชี รวมทั้งการหารือกับ ก.ล.ต.ด้วย
“เบื้องต้นคาดว่าเงินที่ได้ 3 หมื่นล้านบาท บริษัทจะนำไปลงทุนด้านบรอดแบนด์1 หมื่นล้านบาท และที่เหลือ 2 หมื่นล้านบาท อาจจะนำไปพิจารณาในการจ่ายปันผลพิเศษให้ผู้ถือหุ้น” นายพิชญ์ กล่าว
สำหรับกรณี กสทช.ได้ส่งจดหมายให้เพิ่มเปิดโอกาสให้รายอื่นเป็นผู้เช่าโครงข่ายด้วยการยอมรับเงื่อนไขในอนาคต บริษัทก็พร้อมยินดีทำตาม ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางการ กรณีเลวร้ายสุดก็ยังเชื่อมั่นว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทสามารถเกิดขึ้นภายในปี 2557 แต่อาจจะมีความล่าช้าไปบ้าง และความที่มูลค่ากองทุนฯ หลายหมื่นล้านบาทสูงสุดของกองทุนโครงสร้างที่ออกมาทำให้ที่ผ่านมาบริษัทมีการไปพูดคุยกับกองทุนต่างประเทศบางส่วน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีมุมมองในเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ผลจากที่บริษัทจะได้ จากการออกกองทุนฯ กำไรสุทธิปีนี้จะมากกว่าปีก่อน และทำให้งบลงทุนของบริษัทในการใช้ขยายโครงข่ายปีนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 3,000-4,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ JAS คาดว่าปีนี้จะมีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 2.32.4 แสนราย มาอยู่ที่ 1.7 ล้านราย จากปีก่อนอยู่ที่ 1.4 ล้านราย อีกทั้งไตรมาสแรกที่ผ่านมาเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทกลับมามีลูกค้าใหม่ต่อไตรมาสที่ 6 หมื่นราย หลังจากหายไปหลังจากปีที่เกิดน้ำท่วมปี 2554 โดยปี 2555-2556 มีลูกค้าต่อไตรมาสอยู่ที่ 4-5 หมื่นรายต่อไตรมาส
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ คาดหุ้นกลุ่มสื่อสาร เช่น สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) และ JAS ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนและผลประกอบการของ Apple และ Facebook ออกมีดีเกินคาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นภูมิภาค ปรับตัวขึ้น
ด้านราคาหุ้น JAS ปิดที่ 8.35 บาท







