posttoday
จับมืออินโดฯชงเคลื่อนย้ายเสรีคนธุรกิจไมซ์

จับมืออินโดฯชงเคลื่อนย้ายเสรีคนธุรกิจไมซ์

25 เมษายน 2557

ผนึกอินโดนีเซียชงเคลื่อนย้ายคนกลุ่มไมซ์ พร้อมหนุนคนท่องเที่ยว 3,000 คน ตีตราเคลื่อนย้ายอาเซียนปีหน้า

ผนึกอินโดนีเซียชงเคลื่อนย้ายคนกลุ่มไมซ์ พร้อมหนุนคนท่องเที่ยว 3,000 คน ตีตราเคลื่อนย้ายอาเซียนปีหน้า

น.ส.จิราภรณ์ พรมมะหา รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ไทยและอินโดนีเซียได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ATPMC) ที่พม่าเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้บรรจุแผนกการจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) เพิ่มเป็นแผนกที่ 7 เพื่อให้เกิดการพัฒนาบุคลากรในกลุ่มดังกล่าวและมีการเคลื่อนย้ายระหว่างกันได้ด้วย ที่ประชุมให้ไทยและอินโดนีเซียกลับมาศึกษาอาชีพที่ควรบรรจุภายใต้แผนกดังกล่าว แล้วนำกลับมาเสนออีกครั้ง เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่สามารถเปิดเสรีได้พร้อมกับแผนกอื่นๆ ในปีหน้า

ปัจจุบัน อาเซียนลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านบุคลากรการท่องเที่ยว ให้เปิดเคลื่อนย้ายเสรีบุคลากรใน 6 แผนก 32 สาขาอาชีพ จัดทำสมรรถนะร่วมสำหรับทดสอบเสร็จแล้ว 1 แผนก คือ แผนกแม่บ้าน คาดว่าจะทำเสร็จในปีนี้อีก 3 แผนก คือ แผนกต้อนรับ แผนกการผลิตอาหาร และแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ไทยจะมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากร 4 แผนกดังกล่าวก่อน ขณะที่แผนกตัวแทนท่องเที่ยวและแผนกการจัดการทัวร์ ต้องรออาเซียนจัดทำเสร็จต่อไป

กระทรวงฯตั้งเป้าให้ปี 2558 มีบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวของไทยขึ้นทะเบียนในระดับอาเซียนเพื่อให้พร้อมเคลื่อนย้ายไปทำงานยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจำนวน 2,000-3,000 คน

“เป้าหมายดังกล่าวสอดคล้องกับประเทศขนาดใหญ่ประเทศอื่นในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่ตั้งเป้าจะมีบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวขึ้นทะเบียนประมาณ 2,000 คน” น.ส.จิราภรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่จะสามารถขึ้นทะเบียนในระดับอาเซียนได้ ต้องผ่านการฝึกอบรมจนได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบสมรรถนะ และได้รับใบรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในแต่ละประเทศ

สำหรับไทยจะจัดประชุมคณะกรรมการวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (NTPB) และคณะกรรมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (TPCB) ในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ โดยมี รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน พิจารณากฎเกณฑ์และกรอบว่าจะให้หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกอบรม และหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาใดเป็นผู้ทดสอบสมรรถนะพร้อมออกใบรับรองคุณวุฒิ หลังจากนั้นจะประเมินผลและหารือร่วมกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแต่งตั้งหน่วยงานที่เหมาะสมต่อไป

เบื้องต้น คาดว่าจะได้หน่วยงานฝึกอบรมและหน่วยงานจัดทดสอบพร้อมดำเนินการในเดือน ส.ค.นี้ และกระทรวงจะเปิดหลักสูตรฝึกอบรมให้บุคลากรวิชาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่าการผลักดันให้บุคลากรขึ้นทะเบียน จะมีข้อดีในการช่วยเพิ่มสมรรถนะของบุคลากรในวิชาชีพ โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาแรงงานไหลออก เพราะคนไทยไม่ชอบออกไปทำงานต่างประเทศ ขณะเดียวกัน การดำเนินการนี้จะช่วยแก้ปัญหาแรงงานท่องเที่ยวขาดแคลนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถเคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานในไทยได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69