
คลีนโปร เอกซ์เพรส ซักอบรีดมาเลย์ผงาดอาเซียน
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเจาะตลาดต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเจาะตลาดต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่มีข้อจำกัดทางการเงินและทรัพยากรต่างๆ แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
พิสูจน์ได้จากความสำเร็จของ คลีนโปร ลอนดรี โฮลดิ้ง ธุรกิจซักอบรีดครบวงจรของมาเลเซีย ภายใต้การบริหารของ ชาง หุย หนิง นักธุรกิจหนุ่มมาเลย์ไฟแรง ที่สามารถขยายกิจการไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มีผลประกอบการเมื่อปีที่แล้วสูงถึง 30 ล้านริงกิต (ราว 296 ล้านบาท) แม้จะเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจจากการเป็นเพียงร้านรับซ่อมอะไหล่เครื่องซักผ้าเล็กๆ ก็ตาม
“ตอนแรกเราคิดว่าตลาดธุรกิจให้บริการซักอบรีดแบบเดลิเวอรีในมาเลเซียมีขนาดใหญ่มาก และคงยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่สักเท่าไร แต่เมื่อเราได้ทดลองสำรวจตลาดแล้วก็พบว่า ตลาดกลับแออัดไปด้วยคู่แข่งจำนวนมาก โดยมีบริษัทซักอบรีดที่เปิดให้บริการในรัฐสลังงอร์มานานถึง 80 ปี” ชาง เล่าย้อนอดีต
ด้วยเหตุนี้ ชางและเพื่อนซี้อีก 3 คน จึงกลับมาตั้งหลักยกเครื่องวางแผนธุรกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นการให้บริการรับซ่อมบำรุง จัดหาและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องจักร อะไหล่ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการซักเสื้อผ้าแบบครบวงจรแก่ธุรกิจเหล่านั้นเสียเลย เนื่องจากมองว่าหากดันทุรังเปิดธุรกิจในลักษณะเดียวกัน สุดท้ายแล้วก็คงไม่สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ง่ายๆ
การตัดสินใจครั้งนั้นนับว่าถูกต้องมาก เพราะมีบริษัทซักอบรีดคู่แข่งเข้ามาใช้บริการซ่อมแซมเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย
จนกระทั่งปี 2010 คลีนโปรเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ หลังจากรัฐบาลแดนเสือเหลืองเริ่มพูดถึงมาตรการจัดสรรน้ำเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ ผลักดันให้ประชาชนเริ่มหันมานิยมใช้บริการซักอบรีดเพิ่มมากขึ้น
คลีนโปรจึงตัดสินใจขยายธุรกิจ ด้วยการทดลองเปิดร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญให้บริการ 24 ชั่วโมงริมถนนสายหลักจาลันอิมบี ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และผลตอบรับก็เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก
หลังจากนั้นเพียง 4 ปี คลีนโปรก็มีสาขาที่ให้บริการซักผ้าแบบหยอดเหรียญครบ 100 แห่ง ซึ่งในจำนวนนั้นถึง 80% เป็นการเปิดขายแฟรนไชส์ที่เพียงแค่ผู้สนใจมีต้นทุนราว 3.8 แสนริงกิต (ราว 3.7 ล้านบาท) ก็สามารถเป็นเจ้าของร้านได้แล้ว ที่สำคัญทางซีอีโอหนุ่มไฟแรงการันตีเลยว่าจะสามารถคืนทุนพร้อมรับกำไรเหนาะๆ 60% ภายใน 3 ปีเท่านั้น
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัท คลีนโปร เอกซ์เพรส สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องรับภาระต้นทุนด้านแรงงาน ที่นับวันมีแต่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากทั้งธุรกิจพึ่งพาพนักงานเพียงคนเดียวที่จะเข้ามาเก็บเงินจากตู้หยอดเหรียญเท่านั้น
แม้จะเพิ่งฉลองการเปิดสาขาครบ 100 แห่งไปหมาดๆ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา คลีนโปร เอกซ์เพรส ก็ยังใส่เกียร์เดินหน้าต่อเนื่อง โดยเตรียมแผนการขยายธุรกิจมายังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และไทยเพิ่มเติม หวังผงาดขึ้นเป็นธุรกิจซักอบรีดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เลยทีเดียว
“แม้ดูเหมือนว่าตลาดซักอบรีดทั้งในสิงคโปร์และไทย อาจดูเริ่มอิ่มตัวจากจำนวนคู่แข่งที่มีอยู่เกลื่อนตลาด แต่คลีนโปร เอกซ์เพรส ยังมั่นใจว่าจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ด้วยคุณภาพของบริการ และที่สำคัญสัดส่วนประชากรที่ต้องการใช้บริการและมีกำลังซื้อก็ปรับตัวมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น ตลาดซักอบรีดยังคงขยายตัวได้อย่างดีแน่นอน” ชาง ระบุพร้อมแย้มว่า ภายในสิ้นปีนี้เราอาจจะได้เห็นคลีนโปร เอกซ์เพรส อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ในไทยอย่างน้อย 10 สาขาใหม่ทีเดียว







