posttoday
แนะกลยุทธ์เจาะลุ่มน้ำโขงโอกาสธุรกิจเอสเอ็มอี

แนะกลยุทธ์เจาะลุ่มน้ำโขงโอกาสธุรกิจเอสเอ็มอี

25 เมษายน 2557

จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการธุรกิจไทย

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการธุรกิจไทย โดยเฉพาะ “เอสเอ็มอี” ที่ต้องการขยายการทำตลาดใหม่ในต่างประเทศ ด้วยกำลังซื้อรวมกันไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน ซึ่งรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มตลาดสำคัญเมื่อเข้าสู่เออีซีด้วย

ณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ กล่าวในการสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกตลาดต่างประเทศ สร้างโอกาส สร้างยอดขาย” ในงาน Post TodayK SME Expo 2014 Mega Business Matching ว่า สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ หรือเจ้าของสินค้าไทยที่สนใจเข้าไปทำตลาดในประเทศดังกล่าว ซึ่งอาจรวมถึงประเทศจีนด้วยนั้น จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ ในการเข้าตลาด ด้วยในแต่ละประเทศจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งตัวสินค้า หรือ บรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ที่จะต้องระบุให้ชัดเจน รวมถึงการจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือตราสินค้าของเรา เพื่อเข้าไปทำตลาดนั้นๆ ด้วย รวมถึงการหาพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่น หรือโลคัลพาร์ตเนอร์ ในแต่ละประเทศที่มีความน่าเชื่อถือก็มีความสำคัญเช่นกัน ด้วยจะมีส่วนช่วยผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ หรือมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทวางแนวทางการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มีส่วนเข้าไปสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจไทย ที่ต้องการขยายการทำตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และจีนด้วย

สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสและศักยภาพในการทำตลาดร่วมกับบริษัท มีดังนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้ายานยนต์ อะไหล่รถยนต์ หรือออโตโมทีฟ กลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี ซึ่งมองว่าในตลาดกลุ่มประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะในพม่า ที่เริ่มเปิดประเทศไม่นานและอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านก่อสร้าง

“กลุ่มสินค้ายานยนต์ หรือ อุปกรณ์ชิ้นส่วน อะไหล่ สำหรับบรถยนต์ หรือ จักรยานยนต์ ที่พบว่ามีปัจจุบันมีโอกาสการเติบโตธุรกิจสูงในประเทศเวียดนามด้วยเช่นกัน” นายณัฐพล กล่าว

ดิสพงศ์ พรชนกนาถ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจข้ามประเทศ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารเปิดให้บริการหน่วยงานใหม่ คือ “เวิลด์ บิซิเนส แมตชิ่ง เซอร์วิส” ให้บริการจับคู่ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่สนใจขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนและซีแอลเอ็มวีด้วย ที่ปัจจุบันธนาคารเปิดให้บริการสาขาใน ลาว กัมพูชา พม่า และอินโดนีเซีย เพื่อรองรับการการเติบโตเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

สำหรับกลุ่มสินค้าจากไทยที่มีโอกาสเติบโตในตลาดซีแอลเอ็มวี อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภค และกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ที่มองว่าตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเทศพม่าให้การยอมรับสินค้าจากไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าจากประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่ใสนใจเข้าไปทำตลาดในประเทศใดก็ตามจะต้องศึกษาข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียดด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยเมื่อเข้าสู่เออีซี จากการค้าเสรีอัตราภาษี 0% ก็ตาม แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องติดตาม คือ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่กำแพงภาษี (นอน ทารีฟ แบริเออร์) ที่แต่ละประเทศกำหนดไว้เพื่อปกป้องผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจท้องถิ่นในแต่ละประเทศด้วย ซึ่งอาจเป็นปัญหาอุปสรคในการขยายตลาดในอนาคต

พร้อมแนะนำผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่สนใจจะขยายตลาดต่างประเทศนั้น ควรวางเป้าหมายให้ชัดเจน คือ 1.ความตั้งใจจริง (Willingness) ต่อการไปทำตลาดต่างประเทศ ด้วยการศึกษาข้อมูลและตลาดให้รอบด้าน และ 2.ความพร้อม (Readyness) ของผู้ประกอบการ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะต้องไปด้วยกันก่อนใส่เกียร์เดินหน้าบุกตลาดเพื่อนบ้าน เมื่อเข้าสู่เออีซี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท