posttoday
โอกาสคู่ค้าและตลาดใหม่

โอกาสคู่ค้าและตลาดใหม่

25 เมษายน 2557

งานที่หนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูเดย์” ร่วมจัดกับ “ธนาคารกสิกรไทย” ภายใต้ชื่อ “Post TodayK SME Expo 2014” เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2557 ที่ผ่านมานี้

งานที่หนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูเดย์” ร่วมจัดกับ “ธนาคารกสิกรไทย” ภายใต้ชื่อ “Post TodayK SME Expo 2014” เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2557 ที่ผ่านมานี้

ผมว่าเหมาะสมถูกต้องถูกเวลาสำหรับเหตุการณ์ปัจจุบันจริงๆ เพราะธุรกิจอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภาวะที่ไม่ปกติในปัจจุบัน โดยเฉพาะกิจการประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs จะได้มีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น

เนื่องจากเป้าหมายหลักของงานก็คือการสร้างโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching)

งาน Post TodayK SME Expo 2014 ตอน “MEGA BUSINESS MATCHING” นี้มีคำขวัญว่า “โอกาส คู่ค้า ตลาดใหม่” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองหรือผู้ที่ต้องการจะต่อยอดธุรกิจ ตอบสนองความต้องการให้ครบวงจรในทุกธุรกิจและทุกด้าน โดยมีพันธมิตรธุรกิจร่วมจัดงาน อาทิ CPAll, Ensogo, Loxley, Makro, Tesco Lotus, The Mall และ TV Direct

ทุกวันนี้ประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะมี SMEs เป็นฐานสำคัญเศรษฐกิจของประเทศ ดังที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือญี่ปุ่น ที่ SMEs สร้างรายได้มากกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ประชาชาติ (GDP)

บ้านเราก็ไม่ต่างไปจากนี้ เรามี SMEs มากถึง 2,739,142 ราย (จากกิจการทั้งหมด 2,781,945 ราย) ในจำนวน SMEs ทั้งหมดนี้จะมีกิจการขนาดกลางเพียง 14,240 ราย ที่เหลือกว่า 2.7 ล้าน เป็นกิจการขนาดเล็ก SMEs ในบ้านเราสร้างรายได้เป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 40 ของ GDP และจ้างแรงงานประมาณ 12 ล้านคน(จากแรงงานทั้งหมดเกือบ 15 ล้านคน)

ในกระแสโลกาภิวัตน์ และกลุ่มประเทศ ASEAN ที่ใกล้ถึงเวลารวมเป็น AEC นี้ จะมีความเปลี่ยนแปลงมากมายซึ่งกดดันให้ SMEs ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น ปัญหาความมั่นคง ทางอาหารและพลังงานของโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การก่อการร้ายสากลอันเป็นภัยคุกคามประชาคมโลก การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาใหม่ของโลก

การปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจโลกแบบหลายศูนย์กลาง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลก เป็นต้น

กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาให้ SMEs ยืนหยัดได้ในตลาดโลก ได้จัดทำ “แผนส่งเสริม SMEs ฉบับที่ 3 (2555-2559)” บนพื้นฐานของภารกิจต่อไปนี้ คือ (1) สนับสนุนปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ SMEs ไทย

(2) เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย (3) ส่งเสริม SMEs ไทยให้เติบโตอย่างสมดุลตามศักยภาพของพื้นที่ และ (4) เสริมสร้างศักยภาพของ SMEs ไทยให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

“แผนส่งเสริมฉบับที่ 3” นี้จะสอดคล้องกับแผนแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรม 20 ปี ที่มุ่งสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว

แผนระยะสั้น (ช่วงปี 2555-2559) เป็นช่วงของการสร้างองค์ความรู้ของอุตสาหกรรมไทย (Knowledge Based Industry) ส่วนแผนระยะปานกลาง (ปี 2555-2564) เป็นช่วงของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ (Innovative Industry) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และแผนระยะยาว (ปี 2555-2574) เป็นช่วงของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Industry) ที่มุ่งสู่การประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อประมวลภาพทั้งหมดของนโยบายภาครัฐและแนวทางการส่งเสริมพัฒนา SMEs แล้ว เราก็พอที่จะสรุปให้เห็นถึงปัจจัยที่ทำให้ SMEs ในอนาคตสามารถจะอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ ก็คือ SMEs ที่

1.เน้นนวัตกรรม โดยเฉพาะการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์

2.ออกแบบให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.เพิ่มผลิตภาพ โดยการลดต้นทุน ลดการสูญเสีย เพิ่มมูลค่าให้สินค้า

4.รวมกลุ่ม สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง

5.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สามารถปรับตัวได้เร็ว

6.แสวงหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้มีอยู่ในงาน Post TodayK SME Expo 2014 ที่มุ่งให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่ “โอกาส คู่ค้า และตลาดใหม่” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท